Puppy Love

posted on 20 Oct 2007 11:54 by ploypee

 

บทเรียนความรัก บทที่ 7

(บทพิเศษ... ความรักของลูกหมา หวือหวาไม่ช้าก็หายไป งิงิ)

 *****

"สุดสวย !..  สุดสวย !... .."

เสียงเรียกดังๆ หลายครั้งติดๆ กัน ที่ดังมาจากอีกมุมหนึ่งของห้องเรียนมัธยม 1 ห้อง 1 พร้อมกับเสียงหัวเราะคลื้นเครงตามมาของเพื่อนๆ ในห้องเรียน ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้นไป แล้วก็ได้สบกับดวงตาฉายแววขี้เล่นพร้อมกับยิ้มกว้างๆ ของนักกีฬาบาสเกตบอลประจำโรงเรียนที่มองจ้องตอบกลับมา ฉันมองหน้าเขาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

"นี่! นายโป๊ง "  เสียงอาจารย์วิชาภาษาไทยได้กำราบความทะเล้นของนายตัวโย่งให้เงียบลงได้

"ขนาดฉันยังอยู่ในห้อง เธอยังไม่สำนึกอีกหรือไง"  อาจารย์ส่ายหน้าเหมือนระอาแต่แววตาและสีหน้าอมยิ้มบอกถึงความเอ็นดู

ครูครับ ผมกำลังคุยกับสุดสวยของผม  นายตัวโย่งยังไม่วายเถียง ความที่เป็นคนชอบขันอาสาและมีน้ำใจเขาจึงเป็นที่รักของอาจารย์และผองเพื่อน แทนที่จะถูกดุ จึงกลายเป็น

ใครคือสุดสวย  อาจารย์ถาม นายโป๊งชี้มาที่ฉัน นั่นไงครับสุดสวยของผม

อ๊าว แล้วเธอกลายเป็นสุดสวยของนายโป๊งตั้งแต่เมื่อไร  อาจารย์หันมาถามฉันขำๆ

ครูคะ ครูก็เป็นไปกับเขาด้วย  ฉันพูดด้วยอาการงอนๆ จึงถูกเพื่อนคนอื่นแซวกลับอีกเป็นอันว่าชั่วโมงนั้นไม่ต้องเรียนหนังสือกันแล้ว

จริงๆ แล้วนายตัวโย่งเขาชอบแตงโมเพื่อนสาวของฉัน แตงโมเป็นผู้หญิงที่สวยมาก(ผิดกับฉันเลย) ผิวขาว ตัวสูง ดวงตาคมขนตางอนยาวเรียนเก่ง เป็นที่ใฝ่ฝันของนักเรียนชายในรุ่นนั้น นายโป๊งไม่ใช่คนรูปหล่อแต่นิสัยดี เขาเป็นนักกีฬาจึงมีรูปร่างสูงแข็งแรง ขี้เล่น สาวๆ ชอบเขาหลายคน  เขาบอกกับทุกคนว่าถ้าแตงโมไม่ชอบเขา เขาจะมาจีบฉันแทนเพราะฉันเป็นเพื่อนกับแตงโม มันเกี่ยวกันมั๊ย?

ทุกครั้งที่เจอนายโป๊งไม่ว่าที่ไหน เขาจะเรียกฉันว่าสุดสวยเสียงดังจนฉันเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มเด็กวิทย์ห้อง1 ถึง 3  ไม่มีใครไม่รู้จักสุดสวย ฉันกลายเป็นคนดังในโรงเรียนโดยมีนายโป๊งเป็นคนโปรโมท แบบฟรีไม่เสียตังส์จ้าง 

วันหนึ่งที่โรงเรียนจะส่งต้อเพื่อนสาวอีกคนของฉันไปแข่งขันตอบปัญหาที่ช่อง 9 อสมท แต่ต้อเป็นคนขี้อายและไม่สนิทกับใครเลยนอกจากฉันคนเดียว ต้อ ไม่ยอมไปแข่งขันถ้าฉันไม่ไปด้วย กรรมสิ ฉันไม่เคยไปไหนโดยไม่ขอผู้ปกครองก่อน อาจารย์ก็มาช่วยขอร้องอีกคนฉันลังเล นายโป๊งจึงบอกว่าเขาจะไปเป็นเพื่อนด้วยแล้วจะไปส่งตอนกลับบ้าน

ไปถึงห้องถ่ายทอดสด ฉันอยู่ดูเพื่อนตอบปัญหาแปบเดียวนายโป๊งก็มาชวนไปเดินดูดาราถ่ายละครเราเลยไปเพลินกับดาราแทน แปลกมากที่เราเห็นในละครดูเหมือนเป็นห้องกว้างๆ แต่ของจริงเป็นเพียงฉากเล็กๆ จัดเป็นมุมๆ ไว้เท่านั้นเอง วันนั้นคุณตุ๊ก ญาณีมาถ่ายละครเธอสวยกว่าเห็นในจอทีวีเสียอีก พอพักกองคุณตุ๊ก ก็เดินมาคุยกับเราอย่างสนุกสนาน น่ารักจริงๆ เมื่อต้อ แข่งขันจบก็มาตามเรากลับบ้าน เห็นมั๊ยต้อก็สามารถแข่งขันได้โดยไม่ต้องมีฉันสักหน่อย จำไม่ได้ว่าต้อได้ที่เท่าไร แต่ได้รางวัลกลับโรงเรียนด้วย

ตอนนั่งรถตู้กลับโรงเรียนนายโป๊งแซวฉันมาตลอดจนต้อเขินแทน แต่ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะกลัวผู้ปกครองว่ามากกว่า พอรถมาถึงหน้าโรงเรียนฉันก้าวลงรถนายโป๊งก้าวตามมาก็เห็นพ่อยืนหน้าบึ้งรออยู่ ถามว่าไปไหนมา(ตอนนั้นเย็นมากแล้ว) ยังไม่ทันตอบอะไร

สวัสดีครับพ่อ  นายโป๊งยกมือไหว้อย่างสวยงามแบบนักมวย พ่อส่งสายตาพิฆาตไปที่นายตัวโย่ง พ่อรับไหว้แต่ไม่พูด แต่ไม่เห็นเขาจะรู้สึกอะไรหน้ายังคงระรื่นเช่นเดิม พอดีน้าคนขับรถ เดินมาคุยด้วยหลังเอารถไปเก็บเรียบร้อยแล้ว น้าเขารู้จักกับพ่อก็ทักทายกัน แล้วบอกว่าไม่มีอะไรพาเด็กไปแข่งขันตอบคำถามออกทีวีมา อยู่คุยอีกสักครู่พ่อก็หันมาเรียกฉันกลับบ้านนายโป๊งขยับจะเดินตาม แต่พอเห็นสายตาของพ่อเขาเลยชะงักหันมาโบกมือพร้อมกับยิ้มกวนๆ ให้ฉันแทน เย็นนั้นต้องเดินตามพ่อไปขึ้นรถสองแถวกลับบ้านพร้อมฟังเสียงบ่นไปตลอดทาง 

นายโป๊งเป็นลูกชายร้านขายข้าวมันไก่เจ้าอร่อยในตลาดบ้านเขาขายของชำด้วย หลังเลิกเรียนเขาจะช่วยที่บ้านส่งของตามที่ลูกค้าสั่ง แม่ชอบให้ฉันสั่งนมไวตามิลค์เป็นลังประจำ ตอนเย็นเขาจะขี่จักรยานขนลังนมฯ มาส่ง พอถึงหน้าบ้านเขาจะตะโกนเสียงดัง

นมมาแล้วคร๊าบ มารับนมหน่อย  ฉันต้องรีบออกมารับเพราะอายคนข้างบ้าน เขาส่งนมเสร็จก็อยู่คุยจนแม่กลับบ้านทุกครั้งไล่ก็ไม่กลับ เพราะแม่จะชวนเขาทานข้าวเย็นด้วยเสมอ

ครั้งหนึ่ง ที่โรงเรียนจัดทัศนศึกษาไปมวกเหล็ก แม่ถามว่าโป๊งไปด้วยไหม ถ้าไปก็ไปเถอะจะได้มีเพื่อนแน๊ะ เป็นงี้ได้ไง อาจเพราะแม่ไม่เคยเห็นเพื่อนคนอื่นนอกจากนายคนนี้คนเดียว

เพื่อนๆ ตกลงกันว่าจะสั่งข้าวมันไก่โป๊งไปเป็นอาหารกลางวันทานกัน ฉันได้ข้าวมันไก่ห่อพิเศษทั้งข้าวทั้งไก่จนถูกเพื่อนๆ แซว ตอนทานกลางวันเขายังมานั่งใกล้ฉันเพื่อนล้อเลียนกันเป็นที่สนุกสนาน ฉันปล่อยให้เพื่อนพูดกันไปฟังมั่งไม่ฟังมั่งรู้อย่างเดียวว่าข้าวมันไก่อร่อยและหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้

นั่งผึ่งพุงกันได้สักครู่ก็เดินเที่ยวกันต่อ อาจารย์ให้เดินกันเป็นกลุ่มๆ เพราะนักเรียนเยอะมากที่มวกเหล็กอากาศดี วิวสวย ตอนแวะเที่ยวฟาร์มโชคชัยต้องเดินกันอย่างระมัดระวังเพราะจะมีกับดักเป็นกองอึวัวกองไว้เป็นระยะๆ ใครมัวเดินชมนกชมไม้ไม่ระวัง จะได้ของฝากเป็นอึวัวติดรองเท้ากลับบ้าน

คนอื่นเดินหลบอึวัว แต่ฉันเดินหลบนายโป๊งเพราะเขาคอยตามถ่ายรูปฉันตลอด วันนั้นเพื่อนๆ จะรักฉันเป็นพิเศษเด๋วคนนั้นเข้ามากอดเด๋วคนนี้วิ่งมายืนยิ้มเอาหน้ามาแนบจนชิดเหตุเพราะจะได้มีตัวเองอยู่ในภาพด้วย หลังจากเที่ยวเสร็จฉันมีรูปถ่ายเก็บไว้เป็นอัลบั้มเลยทั้งที่ไม่ได้มีกล้องถ่ายรูปไป ก็เป็นที่ล้อเลียนได้อีกเช่นเคย ช่างปะไร ไม่สน ใครทำได้แบบนี้มั่ง หุหุ

ตอนนั่งรถบัส(เรียกแบบนี้หรือเปล่า) ทั้งไปและกลับฉันไม่เป็นอันอยู่สุขถูกแซวถูกแกล้งทั้งจากนายโป๊งและเพื่อนตลอดชั่วโมงการเดินทาง แต่สนุกสนานไม่ลืมมาจนทุกวันนี้

ยังมีเรื่องราวอีกเยอะที่ยังเล่าไม่จบ ถ้าไม่เบื่อจะมาเล่าต่อคราวหน้า

 

edit @ 20 Oct 2007 12:02:23 by ~ N ~

Comment