ชนบทที่รัก 1

posted on 10 Nov 2007 22:43 by ploypee

 

แสงอรุณ อ่อนอ่อน ในตอนเช้า

สายลมเบา พริ้วไหว ต้องไพรเขียว

น้ำค้างพราว พรมพร่าง บนทางเรียว

เดินตัวเอี้ยว กลัวเอียงหล่น บนคันนา

ทางลื่นชื้น ชุ่มฉ่ำ ด้วยน้ำฝน

ที่หลั่งจน ล้นหลาก จากฟากฟ้า

ดุจดั่งน้ำ ทิพย์ทอง ของชาวนา

ที่ต่างรอ เวลา นาทีทอง

เดินดีๆ นะ ทางมันลื่น   เสียงพี่สาวร้องเตือนมาไม่ทันขาดคำ โคลม! 

โอ๊ย.. ฮือๆๆ   ฉันเดินหล่นจากคันนาตกลงไปในนาที่เพิ่งผ่านการดำกล้ามาใหม่ๆ เสื้อผ้าชุด

นักเรียนที่พี่สาวซักและรีด(ด้วยเตารีดแบบใช้ถ่าน) อย่างสะอาดเรียบเนี๊ยบนั้นได้เปื้อนเปลอะดิน

โคลนดูมอมแมม ฉันร้องไห้ด้วยความตกใจ แต่พี่สาวนั้นได้แสดงสีหน้าเอือมระอาแบบสุดๆ 

ก็จะไม่ให้เขาเอือมได้อย่างไร เกือบทุกเช้าที่เดินทางไปโรงเรียน ฉันต้องเดินตกคันนาอย่างน้อย

หนึ่งครั้ง พี่สาวต้องพากลับมาบ้านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แล้วเราก็จะไปสายเป็นประจำน่าแปลก

อยู่อย่างคือ พอเปลี่ยนชุดครั้งที่สอง ฉันจะเดินโดยไม่ตกคันนาอีก เป็นแบบนี้ทุกครั้ง

จนมีครั้งหนึ่งพี่เขาเบื่อเลยแกล้งไม่พากลับมาเปลี่ยนชุดใหม่ ให้ฉันไปเรียนทั้งที่เลอะๆ แบบนั้น

 

แล้วหลังจากนั้นฉันเดินโดยไม่ตกคันนาอีก ถ้าไม่จำเป็น งิงิ   (ตอนนั้นเราเรียนอยู่ชั้นประถม)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เล่าถึงบรรยากาศท้องนาขณะนั้นหน่อยนะคะ

 

 

เป็นช่วงที่ต้นกล้าที่หว่านไว้โตจนเท่ากับในภาพนี้ ชาวนาก็จะถอนต้นกล้าที่ขึ้นอย่างหนาแน่นนั้นมา

มัดเป็นกำๆ แล้วจะนำมัดกล้าไปเหวี่ยงไว้ในนาดำเป็นจุดๆ เพื่อนำต้นกล้าไปปักดำตามภาพ

ฉันมีประสบการณ์ไปช่วยแม่ดำนาสองครั้งแต่ไม่ผ่าน เวลาดำนาแม่บอกเวลาปักกล้าลงดินแล้วให้ใช้

นิ้วเกลี่ยดินมากลบโคนต้นกล้าเพื่อยึดต้นกล้าไว้ตามตำแหน่งที่เราปักดำ ฉันก็ทำแต่พอฉันเดินถอย

หลังปักดำมาเรื่อยๆ ปรากฏว่าต้นกล้าได้ลอยตามฉันมาเป็นแถว จนแม่บอกว่า

เลิกเถอะ ขี้เกียจมาซ่อมแล้วมันเสียเวลากว่าแม่ทำเอง

 

(เป็นไงคะ ฉันเป็นลูกชาวนาที่สอบตกวิชาดำนา เฮ้อ... )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อดำนาเสร็จก็จะเห็น เป็นดังภาพนี้ละค่ะ

 

 

ตอนเด็ก ฉันเป็นคนซุ่มซ่ามมากถึงมากที่สุด

เมื่อไม่ให้ดำนา ฉันก็ขอทำอย่างอื่นแทน งานอีกชิ้นที่แม่คิดว่าฉันทำได้คือการนำอาหารไปส่งคนทำนา

(พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา)  ฉันรับอาสาทำด้วยความเต็มใจ แต่! มิได้ง่ายอย่างที่ใครๆ คิด  ฉันถือปิ่นโต

อาหารไปส่งครั้งแรกจะต้องสะดุดล้มก่อนหนึ่งครั้งเป็นประจำ โดยที่ฉันเองก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไม

บางครั้งทางก็เรียบแสนเรียบ ฉันก็ยังอุตส่าห์ล้มได้ ลองนึกภาพคนทำนาเหนื่อยและหิว

พอเปิดปิ่นโตอาหารมา..........   หรือบางครั้งแกงอาจจะเหลือเพียงครึ่งเดียว 

ฉันถูกงดอาชีพส่งอาหารอีกหนึ่งอย่าง ให้ทำได้เพียงเดินไปเป็นเพื่อนคนส่งอาหารเท่านั้น

ถ้าอยากไปออกนาด้วย

 

สวยไหมคะ ต้นข้าวเขียวๆ แบบนี้ ^^

 

 

  ตอนเด็กๆ ฉันเป็นเด็กซนมาก

กิจกรรมที่ชอบทำประจำคือ ตกปลา ปักปลา จับปลา ยกยอ เวลาฝนตกหนักๆ ปลาจะเห่อน้ำใหม่

จะพยายามหาแหล่งน้ำใหม่ บางครั้งจะโดดขึ้นมาบนคันนาหรือในนาส่วนที่น้ำแห้ง(พอต้นข้าวโต

เริ่มออกรวง ชาวนาจะเลิกสูบน้ำเข้านา น้ำก็จะค่อยๆ แห้งลง) ดังนั้นหลังฝนตกสักครู่ฉันก็จะออก

ไปจับปลาตามคันนาหรือนาที่แห้งหรือเป็นดินโคลนที่ไม่มีน้ำความชุ่มฉ่ำของน้ำฝนผสมกับกลิ่นหอม

ของต้นข้าวเคล้ากลิ่นดินลอยวนกระจายทั่วท้องนานั้นช่างหอมสดชื่นจริงๆ ฉันเพลินกับการลุยท้อง

นา จับปลาอย่างมีความสุข จนแม่ต้อง