ชนบทที่รัก 2

posted on 18 Nov 2007 10:41 by ploypee

 

รวงเอ๋ยรวง ข้าวน้อย คอยคมเคียว

มาเก็บเกี่ยว เรียวรวง พวงช่อช้อย

 อร่ามเรือง รวงช่อ สมรอคอย

 

งามไม่น้อย พลอยเพชรรุ่ง ทุ่งรวงทอง

 

ระหว่างที่ข้าวกำลังเจริญเติบโต จะมีศัตรูข้าวตัวฉกาจอีกอย่างหนึ่งคือ ปูนา  การกำจัดปูนา

ที่ได้ผลดีอีกวิธีหนึ่งคือ การจับปูนามาทำอาหาร มีใครเคยทานปูนาดอง หรือ ก้ามปูนาก้าม

ใหญ่ๆ ปิ้งไฟบ้างไหมคะ อร่อยที่สุด อร่อยกว่าปูทะเลแพงๆ อย่างเทียบกันไม่ติด ส่วน

ปูอ่อนที่เพิ่งลอกคราบใหม่ๆ ก็จับไปเป็นเหยื่อตกปลา(บาปนะนี่ แต่เป็นวิถีชีวิตของชาวนา

รุ่นฉัน) ฉันมีความสุขกับการเดินจับปูตามท้องนาที่สุด

 

 

 

พอถึงเวลาที่ต้นข้าวเริ่มตั้งท้อง ที่บ้านก็จะทำพิธีเรียกขวัญข้าว จะทำพิธีระยะหลังวันสารทไทย

ช่วงเวลา วันออกพรรษา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11  ความสำคัญ เป็นระยะเวลาที่ข้าวกำลังตั้งท้อง

การเรียกขวัญข้าว คือการเรียกขวัญแม่โพสพให้มาอยู่กับต้นข้าว เพื่อที่รวงข้าวจะได้อุดมสมบูรณ์

พิธีกรรม จะเตรียมอุปกรณ์ การเรียกขวัญข้าว ดังนี้ 1. กรวยก้นแหลม(2 กรวย) 2. ดอกไม้ 3. ขนมห่อ

(ขนมสอดไส้)ข้าวต้มมัด กล้วยสุก  4. แป้งผัดหน้า น้ำมันใส่ผม ขี้ผึ้งสีปาก  5. หมาก พลู บุหรี่ 6. ต้น

อ้อยทั้งลำมีใบและยอด 7. ไม้ไผ่ (จักให้เป็นตอก มีลักษณะคล้ายต้นข้าว รวงข้าว) ขนมห่อ ข้าวต้มมัด

กล้วยสุก ผู้ประกอบพิธีนำอุปกรณ์ที่เตรียมไปที่นาของตนปักต้นอ้อย ไม้ไผ่ลงบนมุมคันนา ที่หัวนา

ด้านทิศเหนือ วาง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เตรียมมาบนตะแกรงไม้ไผ่สานหยาบ ๆ ปูผ้ากราบ 3 ครั้ง แล้ว

กล่าวคำเรียกขวัญดังนี้  (ข้อมูลนี้จากอินเตอร์เน็ตค่ะ เพราะจำรายละเอียดไม่ได้ค่ะ)

 

 

ศรี ศรี วันนี้วันดี เย็บจักรเย็บกรี เย็บใบศรีมาตั้งไว้รอเชิญเจ้าท้าวไท พระอิศวรท่านเสด็จ

ลงมาใบไม้หญ้าแพรกแตกเหนือแผ่นดินก่อนจะมีฟ้ามีฝนส้มสุกลูกไม้จะไปแผ่ฝน พอถึง

เดือนหกฝนก็ตกเนืองนองได้บ้างเจาะแอกแลกวัวแลกควาย ควั่นเชือกควั่นตะพายไอ้ขาว

ใส่นอกไอ้คอกใส่ใน จะตีพานไถจะแล่นบัวคลาพระศาลาอยู่ปากผาน พระอาจารย์อยู่แค่แอก

จับคนงานคนละแรกเข้าหากัน ข้าวปลูกเลือกไว้ จะไปตกกล้าหว่านไปหว่านมาค้างไว้ห้าคืน

อร่ามงามชื่น แม่คืนฝอยทองปลาหมอปลาสลิดติดน้ำตามฟอง ไอ้ดี่จ้องค่อง ล่องน้ำตามนา

ไอ้ช่อนคอนหาง ปลาฝอยทอง ถึงเดือนสิบสอง เงินทองพัวพันทาแป้งแต่งน้ำมันเป็นแผนกๆ

เมื่อแรกจะทรงครรภ์ บ้างกลัดใบสั้นบ้างกลัดใบยาว ข้าวเหนียวข้าวเจ้าออกดอกกระจาย ขยาย

ขยุ้มเป็นพุ่มเป็นพวงเหมือนพวงมาลัย งามจริงยิ่งนัก น่ารักดังดวงใจ พอถึงเดือนอ้าย ข้าวหนัก

ค้อมลง แลเป็นธงและเป็นทิว บ้างสูงละลิ่วสุดคิ้วหางตา ข้าวอาจกวาดหญ้า ข้าวเม็ดมะเขือ ข้าว

เหลือมันปู แม่สีชมพู แม่ทองเหลืองน้อย แม่ทองเหลืองใหญ่ แม่ยอดฟ้ายาใจ แม่เจ้าประคุณ

ลูกขอทำบุญ ทำทุนทำสิน ลูกขอทำปลูกเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย ไม่ให้เสียแต่ละปี ขอมั่งขอมีขอแม่

ประสพเจ้า  เป็นอันเสร็จพิธีทำขวัญข้าว (เท่าที่จำได้นะคะ เคยฟังคุณพ่อท่องตอนเด็กๆ)

 

 

จากนั้น....  ก็รอเวลาที่รวงทิพย์จะเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นรวงทองแบบนี้  งดงามเพียงใด บรรยายได้

 

ไม่เท่า อยากให้ไปเห็นของจริงมากค่ะ ข้าวสุกเต็มทุ่งส่งกลิ่นหอมไปทั่ว นี่คือหยาดเหงื่อแรงกาย

 

ของชาวนาไทย

 

 

พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะมาลงแขกเกี่ยวข้าวกัน นาใครข้าวสุกก่อนก็จะไปเก็บเกี่ยวก่อนหมุนเวียนกัน

 

ไปเป็นการเอาแรงกัน ส่วนใครที่ไม่มีนาก็มารับจ้างเขาเกี่ยวข้าว ถ้าเป็นสมัยก่อน ก่อนมากๆ นะคะ

 

 ตอนเกี่ยวข้าวเขาจะมีร้องเพลงกันด้วย (แต่ช่วงเด็กๆ นั้นไม่มีแล้ว) พอเก็บเกี่ยวข้าวมาแล้ว ก็จะมา

 

นวดข้าว (การนวดข้าวคือการทำให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากรวงข้าว) ที่บ้านจะมีลานดินกว้างๆ ที่เกลี่ย

 

เรียบสำหรับไว้นวดข้าว โดยใช้เหมือนเสื่อกกปูพื้นแล้วเอารวงข้าวมาวางเรียงจนเต็ม ใช้รถแทร็กเตอร์

 

ไถทับหลายรอบ จากนั