บทเรียนความรัก  บทที่ 10

 

************

 

 Loading image...

(ขอบคุณภาพสวยๆ จากเว็บค่ะ) 

 

จะเล่าเรื่องวิธีการเลี้ยงลูกด้วยความรักของผู้หญิงคนหนึ่งนะคะ ^ o ^ 

 

ฉันเติบโตมาท่ามกลางความรักของชายหญิงคู่หนึ่ง

ที่มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันแบบขาดความพร้อมทางเศรษฐกิจแต่มีความสุข

ตอนเด็กๆ ที่บ้านทำนาค่ะ (ตาม entry ชนบทที่รัก 1, 2)

แต่ไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดนะคะ อยู่กรุงเทพแถบชานเมืองเขตติดต่อจังหวัดนครปฐม

กับสมุทรสาคร ซึ่งตอนนี้เป็นหมู่บ้านจัดสรรและโรงงานไปหมดแล้ว

หลังจากทำนาตอนกลางวัน ช่วงเย็นพ่อและแม่จะปลูกเห็ดฟาง

และเก็บไปส่งที่ตลาดตอนเช้ามืด ประมาณตีสามตีสี่ เขาจะไปเก็บเห็ดกัน

ถ้าตื่นมาตอนดึกๆ ฉันจะไม่เจอพ่อกับแม่ ครั้งแรกๆ ก็กลัวแต่ต่อมาก็ชิน

มาครั้งหลังๆ ฉันขอตามไปตลาดตอนส่งเห็ดด้วย พอเห็นแม่ค้าจ่ายเงินค่าเห็ดฟาง

ฉันก็อยากได้บ้างเลยบอกแม่ แม่เลยให้เก็บเห็ดบานไปขาย

แต่ราคาไม่ดี ฉันเลยขอปลูกเองอยากได้เงินแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แม่ยกแปรงเห็ดเล็กๆ ให้แปรงหนึ่งกับเชื้อเห็ดฟางที่ไม่ใช้ แล้วสอนวิธีทำ

ฉันต้องเตรียมแปรงเห็ดเอง โดยการไปเอาทังปี่(ต้นข้าวแห้งที่เกี่ยวรวงแล้ว)

มาแช่น้ำให้ชุ่ม นำไปวางเรียงบนแปรงดินที่พรวนไว้นำเชื้อเห็ดไปโรย

นำฟาง(รวงข้าวที่นวดเอาเมล็ดออกแล้ว) มาปิดคลุมอีกชั้นหนึ่ง

แล้วคอยรดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น จากนั้นก็รอให้เห็ดฟางเจริญเติบโต

ตอนที่ใช้ฝักบัวตักน้ำในบ่อมารดแปรงเห็ดนั้นฉันตกน้ำบ่อยๆ

แม่จะให้เลิกทำก็หลายครั้ง ใครบอกตกน้ำบ่อยจะว่ายน้ำเป็น ไม่จริงเลย

ฉันเฝ้าดูเห็ดฟางค่อยๆ งอก โผล่ขึ้นมาจากฟางด้วยความตื่นเต้น

มันออกดอกกลมๆ อย่างสวยงามเรียงกันเป็นตับ

แล้วเก็บไปขาย นั่นคือผลงานความภูมิใจชิ้นแรกของฉัน

**********

พอโตขึ้นมาช่วงประถมปลาย เราก็ย้ายบ้านมาอยู่ติดถนนมากขึ้น

แต่เป็นที่เช่า ช่วงนั้นพ่อแม่ทำงานในโรงงานทั้งคู่แล้วค่ะ หลังเลิกเรียนเราก็อยู่กัน

ประสาพี่น้องสี่คนทะเลาะกันก็บ่อยบางวันมีตีกัน

พ่อแม่กลับมาก็มายืนเรียงแถวรับไม้ไปคนละทีสองที แต่เราก็รักกันดี

ตอนเด็กฉันและน้องไม่ชอบทำการบ้านไม่เหมือนพี่สาวสองคนที่เขาขยัน

เลยชอบค้างการบ้านไว้ คือเหมือนทำแต่ทำไม่เสร็จแล้วก็ไปนอน

พวกงานฝีมือต่างๆ น่ะค่ะ ประดิษฐ์ประดอยส่งคุณครู

พ่อกับแม่ก็จะมานั่งทำให้ตอนดึกๆ พอตื่นเช้ามางานเสร็จ

ฉันเอางานไปส่งคุณครูได้คะแนนดีประจำ เพราะว่าผู้ใหญ่ทำเลยดูดี

กว่าเพื่อนๆ ทำเอง (อันนี้ความลับนะคะ หุ หุ เก็บมานานมาก)

มาหลังๆ ท่านคงรู้เลยแกล้งไม่ทำให้ (การดัดนิสัยอีกอย่างหนึ่งของท่าน)

มีครั้งหนึ่งฉันไม่มีงานไปส่งคุณครูเป็นที่ผิดคาดของครูและเพื่อนๆ

แต่ไม่ถูกลงโทษเพราะครั้งแรกต่อมาเลยต้องทำเองเว้นที่ยากๆ ไว้ให้พ่อช่วยเท่านั้น

พอขึ้นมัธยม ตอนนั้นพี่สาวทั้งสองทำงานแล้วฉันและน้องชายยังเรียนอยู่

แม่ให้ฉันทำกับข้าวเอง เพราะกว่าคนอื่นจะกลับบ้านก็เย็นแล้ว

แม่บอกแค่ว่า วันนี้นะ ทำผัดผักเอากะทะตั้งไฟพอร้อนใส่น้ำมัน ใส่กระเทียม เอาหมูลงก่อน

พอหมูสุกเอาผักใส่เติมน้ำตาลน้ำปลา พอผักสุกก็ตักขึ้น ก็เสร็จแล้วฟังดูเหมือนง่ายนะ

แต่ฉันไม่เคยทำเองเคยแต่เป็นลูกมือแล้ววันนั้น

ผัดผักด้วยความกลัวของฉันก็ผ่านไปได้ด้วยดี ตามมาด้วยเมนูต่างๆ

***********

ตอนเรียนมัธยม ฉันมีเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันมากกว่าเพื่อนผู้หญิง

เพราะผู้ชายไม่เรื่องมาก สนุกสนานเฮฮาไปวันๆ ส่วนใหญ่เป็นนักกีฬา

เลยตัวใหญ่ดูเป็นหนุ่มน้อย ในกลุ่มมีผู้หญิงสี่คน ชายเก้าคน

พวกเขาคิดจะเซอร์ไพร์สฉันด้วยการยกขบวนไปหาฉันที่บ้านวันหยุดโดยไม่บอก

ล่วงหน้าฉันก็เลยเซอร์ไพร์สกลับด้วยการไม่บอกว่าวันนั้นฉันจะไม่อยู่บ้าน

เขาเลยไปเก้อ เจอแม่ฉันแทน เช้าวันจันทร์เพื่อนมาต่อว่าที่โรงเรียน

ก็ขำกันไป ช่วงนั้นนักเรียนห้องฉันจะแอบผู้ปกครองไปเที่ยวกันบ่อย

แต่จะไปแบบยกห้องเลยประมาณ 50 คนได้ค่ะ แอบเหมาเรือหางยาวสองลำไป

บ้านเพื่อนที่สมุทรสาครหลังสอบครึ่งวันว่ายน้ำกันก็ไม่เป็น ด้วยความเป็นเด็ก

ไม่ได้คิดอะไรว่าดีหรือไม่ดี แม่คงเป็นห่วงแต่ไม่ได้ว่าอะไรตรงๆ

วันเสาร์วันหนึ่งฉันกับเพื่อนๆ เหมารถไปเที่ยวชะอำกันโดยบอกแม่ว่าไปห้าง

(หนีเที่ยวอีกแล้ว ไม่ดีเลยนะคะห้ามลอกเรียนแบบ)

พอกลับถึงบ้านเย็นแล้วพบว่าแม่ทำอาหารมากมายพร้อมกับมีเบียร์ตั้งอยู่ด้วย

แม่ไม่ถามว่าไปไหนมา ทำอะไรมาบ้าง แต่บอกว่าให้รีบไปอาบน้ำแล้วมาทานข้าว

แม่ให้ฉันดื่มเบียร์ด้วย ด้วยความที่เป็นของใหม่ที่ได้ลิ้มลอง

ฉันดื่มเบียร์จนเมาไม่ได้นับกันว่ากี่ขวด สักครู่ก็เริ่มมึนศรีษะ แม่ไล่ให้ไปนอน

ค่ำนั้นฉันเมาจนอาเจียนแล้วหลับไป ตื่นมาตอนบ่ายอีกวันหนึ่ง

พร้อมกับอาการปวดเวียนศรีษะ พอเจอหน้าแม่คำแรกที่แม่ถาม

เป็นไงบ้างเวลาเมา จำไว้นะอย่าไปกินเหล้ากินเบียร์นอกบ้าน มันอันตราย

หลังจากวันนั้น ฉันไม่เคยดื่