เป็นโสดทำไม.....
posted on 29 Mar 2008 17:14 by ploypee
“อยู่เดียวเปลี่ยวกาย
แสนสบายแต่ไม่สนุก
อยู่สองครองทุกข์
แสนสนุกแต่ไม่สบาย”

![]()
“อันบ้านช่องใหญ่โตมโหฬาร
มีเสาทานหลายต้นจึงทนไหว
เกิดเป็นคนอยู่เดียวก็เปลี่ยวใจ
ได้แต่งงานกันไว้อาศัยกัน”


(ขอบคุณกลอนเพราะๆ สองบทนี้ ไม่ได้แต่งเองค่ะ มีมานานแล้วฟังมาแต่เด็ก ^^)
เรา “พี่วุ้น มีแฟนหรือยังคะ”
พี่วุ้น “ไม่มีค่ะ”
เรา “จริงอ่ะ ไม่อยากเชื่อเลย”
พี่วุ้น “ทำไมคะ มีอะไรแปลกหรือ” แล้วพี่เขาก็หัวเราะแปลกๆ
เรา “ก็พี่วุ้น สวยออกค่ะ ไม่อยากเชื่อว่าจะไม่มีแฟน” เราตอบยิ้มๆ ที่ถามพี่วุ้นเพราะเห็น
เพื่อนๆ พี่วุ้นล้อเลียนเรื่องคนที่มาชอบพี่วุ้นแต่ชายคนนั้นได้ลาออกจากบริษัทไปก่อน
ที่เราจะเข้าทำงาน เลยไม่เคยเห็นหน้า รู้แต่ว่าชื่อ “ชัย” (นามสมมุติ)
พี่วุ้น(นามสมมุติ) หญิงสาวเชื้อสายจีนหน้าตาน่ารัก เรียบร้อย ยิ้มง่ายหัวเราะง่าย อะไรก็ได้
ไม่เรื่องมาก และเป็นสาวโสดในแผนกที่มีกันอยู่เกือบยี่สิบคน เป็นรุ่นพี่ในที่ทำงานตอนที่
เริ่มทำงานที่แรก ตอนนั้นเรายังไม่สนิทกันมากเท่าไร แต่พอทำงานได้ปีกว่า เริ่มสนิทกัน
แล้ววันหนึ่งที่เราทำงานล่วงเวลากันเลยถามพี่วุ้นอีกครั้งถึงคนชื่อ “ชัย” ที่เพื่อนๆ พี่เขาล้อกัน
พี่วุ้น “เขาเป็นพนักงานในบริษัทนี้แระค่ะ แต่ว่าลาออกไปแล้ว เขามาชอบพี่ แต่ตอนนั้น
พี่ไม่ชอบเขา”
เรา “ทำไมละคะ”
พี่วุ้น “แหมนันท์ ก็เขาไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเลย ดูเฉิ่มๆ ไงก็ไม่รู้ เวลาไปเที่ยวกันเกิดปวดท้อง
ขึ้นมา ก็บอกให้หยุดรถลงไปฉี่ซะงั้น พี่อายคนอื่นจะแย่”
เรา “เรื่องอื่นๆ ล่ะคะ เขาดีหรือเปล่า” เราขำที่พี่เขาเล่า แต่ก็อยากรู้
พี่วุ้น “เรื่องอื่นเขาก็ดีนะ ตามใจพี่ตลอดเลย”
เรา “หน้าตาเขาเป็นไงคะ”
พี่วุ้น “ไม่หล่อหรอก ขาวๆ ตี๋ๆ แบบคนจีน” เราฟังแล้วก็พยักหน้าตาม
เรา “แล้วจริงๆ พี่วุ้นอยากมีแฟนไหมคะ” เราอยากรู้
พี่วุ้น “แหม นันท์ ใครจะไม่อยากมี เมื่อก่อนพี่ก็ยังพอเฉยๆ แต่พอตอนนี้เพื่อนๆ มีแฟนกัน
เกือบหมดแล้ว บางคนแต่งงานมีลูกแล้ว พอเขามาพูดกันเรื่องคนรักเรื่องครอบครัวพี่
ก็รู้สึกเหมือนกันนะ”
เรา “ถ้าตอนนี้ พี่ชัยกลับมาขอเป็นแฟนกับพี่ใหม่ พี่จะตกลงไหม”
พี่วุ้น “ตกลง นี่พูดจริงๆ เลยนะ” แล้วพี่เขาก็หัวเราะ หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยเรื่องนี้กับพี่วุ้น
เขาอีก เพราะคิดว่าพี่วุ้น คงไม่อยากให้ใครพูดถึง ตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้วพี่วุ้นก็ยังไม่ได้แต่งงาน
ได้แต่แต่งกับงานที่ทำ นานๆ จะโทรคุยกันสักครั้ง เพราะเราลาออกจากที่ทำงานนั้นมาหลายปีแล้ว
ตอนเรียนจบใหม่ๆ ยังไม่ค่อยคิดอะไรเท่าไร เราเคยถามคำถามนี้ “มีแฟนหรือยังคะ” และ
“แต่งงานหรือยังคะ” กับหลายคนที่คิดว่าเขาน่าจะมีแฟนแต่ทำไมเขาไม่มีแฟน ระยะหลัง
เราเลิกถามแล้วเพราะคิดว่าคนถูกถามอาจจะไม่อยากตอบ
แต่ต้องมาตอบคำถามนี้แทน 555+ มันเป็นวัฏจักร ^^
คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะเปลี่ยนที่ทำงานมาหลายที่ถูกถามแบบนี้ก็หลายครั้ง ล่าสุดที่ทำงานใหม่
หมาดๆ นี้ ก็ถูกน้องๆ ถามอีก แถมยังมีทีท่าไม่เชื่อคำตอบเอาสะอีก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไปทานสุกี้กัน
หลังเลิกงานแล้ว พอเริ่มดึก ป้านันท์ยังไม่ได้โทรบอกที่บ้าน ม่ามี๊ก็โทรมาตาม ถามว่าอยู่ที่ไหน
เป็นไรหรือเปล่า เราก็ตอบไป “ทานสุกี้กับเพื่อนอยู่ค่ะ ขอโทษค่ะที่ไม่ได้บอกก่อน อีกสักพัก
ก็จะกลับแล้วค่ะ”
พอวางสายก็เอาเลย น้องๆ ล้อเลียนกันหาว่าคนที่โทรมาไม่ใช่ม่ามี๊แน่นอน สนุกสนานกันไป
พอวันไหนกลับดึก น้องๆ ก็จะบอกว่า “พี่นันท์ ไม่กลับบ้านอีกหรือคะ เดี๋ยวก็มีโทรศัพท์มาตาม
อีกหรอก” แต่แปลกที่เรากลับเฉยๆ ไม่รู้สึกว่าการตอบคำถามนี้มันยากตรงไหน ในเมื่อไม่อยากมี
ก็ไม่มี
มีอยู่ครั้ง มีใครคนหนึ่งถามเราว่า
คนถาม “ที่ยังไม่มีแฟนเพราะเลือกมากหรือเปล่า”
เรา “เปล่าค่ะ ไม่ได้เลือกมาก แต่ที่ไม่มีเพราะไม่เลือกต่างหาก”
คนถาม “ระวังนะ จะเป็นแบบเรื่องดอกไม้ปลายสวน”
เรา “เป็นไงหรือดอกไม้ปลายสวน” เขาไม่ตอบจนเราได้มาอ่านเจอในนิยายเรื่องหนึ่งเข้า
แต่นานแล้วจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร (เริ่มอายุเยอะแล้ว ความจำเริ่มถดถอย หุหุ)
เรื่อง “ดอกไม้ปลายสวน”
พูดถึงลูกสาวขุนนางจีนนางหนึ่ง ที่เป็นคนสวย ฐานะร่ำรวยเพราะพ่อเป็นขุนนาง เพรียบพร้อม
ไปทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สุดท้ายมาแต่งงานกับชายที่อายุมากกว่าหลายปีและเป็นชายที่ไม่ได้มีอะไร
เทียบได้กับชายที่มาหมายปองลูกสาวขุนนางคนนี้ได้เลย สาวใช้คนสนิทของลูกสาวขุนนาง
จึงเอ่ยถามนางขึ้นในวันหนึ่ง
สาวใช้ “คุณหนูรักผู้ชายคนนี้ หรือคะ”
ลูกสาวขุนนาง “ทำไมหรือ”
สาวใช้ “ข้ารู้สึกแปลกใจที่คุณหนูมาเลือกแต่งงานกับเขา ทั้งๆ ที่ มีชายอื่นที่ดีกว่าเขา
มากมาย ทำไมคุณหนูจึงเลือกเขา”
ลูกสาวขุนนางไม่ตอบสาวใช้ แต่กลับบอกนางว่า
ลูกสาวขุนนาง “เจ้าจงเดินเข้าไปในสวน แล้วเลือกเก็บดอกไม้มาหนึ่งดอก เลือกดอกไม้ที่เจ้า
คิดว่าสวยที่สุด มีข้อแม้ว่าห้ามกลับไปเก็บดอกไม้ที่เจ้าเดินผ่านมันมาแล้ว”
สาวใช้หายไปสักครู่ก็กลับมาพร้อมดอกหงอนไก่ธรรมดาหนึ่งดอก
ลูกสาวขุนนาง “นี่คือดอกไม้ที่สวยที่สุดในสวนแล้วงั้นหรือ”
สาวใช้ “ไม่ใช่หรอก แต่ดอกไม้ดอกที่สวยที่สุดข้าได้เดินผ่านมันไปหมดแล้วเพราะความ
ต้องการจะหาดอกที่สวยที่สุด จึงเดินผ่านดอกไม้สวยๆ ที่พบเจอจนหมดใจจริง
อยากกลับไปเก็บดอกไม้เหล่านั้น แต่ข้อห้ามทำให้เก็บไม่ได้ สุดท้ายเมื่อเดินมา
ถึงปลายสวนมีเพียงดอกหงอนไก่ดอกนี้ให้เก็บเท่านั้น”
ลูกสาวขุนนาง “เจ้าคงรู้คำตอบที่ถามเราแล้วใช่ไหม”
(นิทานเรื่องนี้ คงเขียนขึ้นเพื่อเตือนใจสาวๆ ที่มักจะรอสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง จนปล่อยให้คนดีๆ
หลายคนผ่านเลยไป พออ่านนิทานเรื่องนี้ก็นึกถึงคนถาม ว่าเราหรือเปล่านะ หุหุ)
เชื่อว่าหลายคนไม่ว่าหญิงหรือชาย
* คงยังเป็นคนช่างฝัน รอคอยใครสักคนที่ดีพร้อมสำหรับตนเอง
* คงเป็นเหมือนพี่วุ้น ที่ข้อจำกัดของคนที่รอคอยเริ่มลดลงไปแล้ว ขอเพียงเขาเป็นคนที่รักเราก็พอ
* คงเป็นเหมือนลูกสาวขุนนางคนนั้น ที่คิดว่าตนเองหมดเวลาสำหรับการรอคอยแล้วจึงตัดสินใจ
เลือกใครคนใดคนหนึ่ง ที่ตนสามารถเลือกได้เป็นคู่ครอง
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของหลายคนอาจหมายถึง การเรียนจบ ได้ทำงานมั่นคง ได้แต่งงานมีครอบครัว
ที่อบอุ่น มีคนอยู่เคียงข้างในทุกสถานการณ์
ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของหลายคนอาจหมายถึงความเป็นอิสระ การได้ทำอะไรตามที่ใจอยากจะทำ
แม้ว่าจะทำคนเดียวก็มีความสุขดี
ป้านันท์ ยังไม่พบใครที่อยากจะแชร์ทุกสิ่งทุกอย่างร่วมกันกับเขา แม้จะพบเจอดอกไม้สวยๆ มากมาย
แต่ไม่เคยคิดที่จะเก็บ ดอกไม้เหล่านั้นน่าจะสวยงามเมื่อยังอยู่บนต้น หรือเมื่อไปปักแจกันของคนอื่น
ที่ไม่ใช่แจกันของเรา มีเรื่องเกี่ยวดอกไม้ที่พบเจออีกมาก แล้วจะเล่าให้ฟังหากมีโอกาสนะคะ ^^
อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ยังเป็นโสดเขามีเหตุผลใดกันจึงยังเป็นโสดอยู่ ขอเตือนเพื่อนๆ นะคะ
หากจะถามคำถามนี้กับใคร “มีแฟนหรือยัง” “แต่งงานหรือยัง” โปรดสังเกตุปฏิกริยาของคน
ที่ท่านจะถามด้วย เพราะท่านอาจจะทำให้คนถูกถามเสียความรู้สึกได้ แม้ว่าจะอยากรู้มากก็ตาม ^^
ตัวป้านันท์ ก็อยากถามคนที่ยังเป็นโสดอยู่เหมือนกันค่ะว่า “เป็นโสดกันทำไม” คะ
มีเพลงมามอบให้หนุ่มๆ ที่อยากจะถามสาวๆ ค่ะ
ไว้พบกัน Entry หน้านะคะ โชคดีมีความสุขทุกท่านค่ะ
ชวนน้องแต่งงาน
คุณยอดรัก สลักใจ
ทำไมน้องไม่ แต่งงาน
จะอยู่อีกนาน เท่าไหร่
จะครองโสด ความสาว ให้หนาวใจ
ไว้คอยใคร เล่าหนา
ประเดี๋ยวก็แก่ เกินกาล
เหมือนเรือขึ้นคาน เกยท่า
ใครจะมา เมียง มอง และหมายตา
ตอนวัยชรา หย่อนยาน
แต่ง งาน เถิดน้อง
อย่ามัวแต่มองข้ามผ่าน
เดี๋ยวตายไปยมบาล ไม่สงสาร
อดขึ้นสวรรค์ เลยหนอ
ทำไมน้องไม่ แต่งงาน
หรือเธอต้องการ คนหล่อ
รูปร่างของพี่ ก็ดีพอ
มาเถิดหนอ มาแต่งงานกัน
แต่ง งาน เถิดน้อง
อย่ามัวแต่มอง ข้ามผ่าน
เดี๋ยวตายไป ยมบาล ไม่สงสาร
อดขึ้นสวรรค์ เลยหนอ
ทำไมน้องไม่ แต่งงาน
หรือเธอต้องการ คนหล่อ
รูปร่างของพี่ ก็ดีพอ
มาเถิดหนอ มาแต่งงานกัน..
เพราะเพิ่งตอบคำถามนี้มาไม่นาน เลยอยากเล่าให้ฟังค่ะ
เข้าตัวเลย หุๆๆๆ
#1 By Mystical Diva on 2008-03-29 18:05