ตอนที่เรียนอยู่ช่วงมัธยมต้นมีกิจกรรมหนึ่งที่เคยทำและเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่เลิกทำไป

ด้วยเหตุผลใดก็จำไม่ได้ อาจเพราะต้องเคร่งเครียดกับการเรียนชั้นมัธยมปลาย

 

กิจกรรมที่กล่าวถึงคือ การเขียนจดหมายไปคุยกับทหารตำรวจที่อยู่ชายแดนตามจังหวัดต่างๆ

ที่เริ่มเขียนเพราะได้ฟังรายการเพลงลูกทุ่งที่ผู้ฟังเขียนจดหมายไปถึงดีเจ แล้วดีเจจะนำมาอ่าน

ออกหน้าไมค์พร้อมเปิดเพลงให้สัมพันธ์กับจดหมายที่อ่าน

มีทั้งจดหมายจากแนวหน้าและแนวหลัง เราเลยเขียนจดหมายไปที่รายการเพลง ใช้นามสมมุติ

และแจ้งความประสงค์ว่าจะเขียนจดหมายไปคุยกับทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามพื้นที่

ในเขตจังหวัดต่างๆ ทางผู้ดำเนินรายการก็ส่งรายชื่อพร้อมที่อยู่มาจำนวนหนึ่ง

 

เราเขียนไปคุยกับทหารสองสามท่าน เขาก็เล่าให้ฟังถึงบรรยากาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ว่าเป็น

อย่างไรบ้าง ช่วงหลังเราส่งขนมกับหนังสืออ่านเล่นไปให้อ่านเพื่อเป็นการผ่อนคลายความ

ตึงเครียด พวกเขาจะดีใจมาก หนังสือหนึ่งเล่มอ่านแล้วอ่านอีกส่งต่อๆ กันไป เพราะมันหา

ได้ยากยิ่ง

หลังจากนั้นเราก็ประชาสัมพันธ์โดยให้พี่สาว เพื่อนนักเรียนที่สนิทๆ กันหลายคนเขียนไปคุย

เป็นเพื่อน กิจกรรมนี้ทำอยู่ได้ช่วงหนึ่งแล้วก็หยุดไปด้วยภาระกิจของแต่ละคน 

คิดว่าจะหาโอกาสทำกิจกรรมนี้อีกครั้ง

 

แล้วก็คิดถึงเพลงนี้ขึ้นมาค่ะ เพลงจดหมายจากแนวหน้า 

เป็นเพลงที่แจ้งเกิดให้กับคุณยอดรัก สลักใจ โด่งดังเป็นราชาเพลงลูกทุ่งในสมัยนั้น

(แต่เวอร์ชั่นที่นำมาลงนี้ขับร้องโดยคุณสันติ ดวงสว่าง เนื่องจากหาต้นฉบับเสียงร้องของคุณยอดรัก

ไม่ได้ค่ะ)ขอยกคำกล่าวของครูเพลง ชลธี ธารทอง  ผู้ประพันธ์เพลงนี้ กล่าวถึงคุณยอดรัก ว่า

 

"ท่าทางซื่อๆ เหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไป" ครูเพลงเล่าในหนังสือ "ชลธี ธารทอง เทวดาเพลง"

"เสียงดีมาก แต่ยังหาเพลงตรงกับบุคลิกไม่
เจอ ไหนๆ จะปั้นศิษย์ใหม่ออกไปต้องไม่ผิดหวัง

เมื่อยังไม่มีเพลงให้ร้อง ประกอบกับต้องเขียนเพลงให้นักร้องอื่น จึงให้อยู่บ้านเลี้ยงลูกชาย

ของผมซึ่งกำลังซน ถือเป็นการฝึกความอดทนไปในตัว ใช้ให้ทำอะไรทำทุกอย่าง แถมพูดน้อย

ถามสิบคำตอบคำเดียว พอดังแล้วเราพูดคำเดียวมันไปร้อยคำ"


ชลธีเล่าถึงความซื่อของยอดรัก ว่า มีอยู่วันหนึ่งใช้ไปซื้อกะปิมาตำน้ำพริกที่ร้านหน้าปากซอย

แต่ยอดรักหายไปครึ่งวัน ชลธีต้องขับรถออกตามหา พบยอดรักเดินโทงๆ อยู่อีกซอย เห็นแล้ว

ทั้งขำทั้งสงสาร

"หาทางกลับบ้านไม่ถูกครับอาจารย์ หิวก็หิว" ยอดรักชี้แจง

ชลธีนึกเมตตาในความ "ซื่อ" และ "อดทน" ของลูกศิษย์คนใหม่

แล้ววันหนึ่ง ครูชลธีก็ได้พล็อตแต่งเพลงให้หนุ่มหน้าซื่อที่ตัวเองกำลังจะปลุกปั้น

ชลธีเล่าว่า เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์สู้รบแถบห้วยโกร๋น (จ.น่าน) ช่วงนั้น

บ้านเมืองอยู่ในภาวะตึงเครียด มีข่าวทหารแนวหน้าบาดเจ็บ ล้มตายทุกวัน

ทีวีช่องหนึ่งนำทหารสองคนมาออกอากาศ เล่าถึงเหตุการณ์ในสนามรบห้วยโกร๋นให้แนวหลังรับรู้

"เขาบอกลำบากมาก แต่ที่แย่กว่านั้นคือความว้าเหว่ใจเพราะคิดถึงบ้าน ถ้ามีจดหมายจากแนวหลัง

ซักฉบับหนึ่งส่งไปให้จะแบ่งกันอ่านทั้งกอง อ่านไประวังภัยไป เผลอนิดเดียวอาจหมดลมหายใจ"

เป็นเบื้องหลังเพลง "จดหมายจากแนวหน้า" 

เครดิต เก็บเรื่องมาเล่าจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับ 21 มีนาคม 2551

 

 

ท่ามกลางความไพเราะของบทเพลง แต่เบื้องหลังนั้นซ่อนไว้ด้วยความเจ็บปวด ตื่นตระหนก

หวาดหวั่น ของใครหลายคน ไม่เพียงแต่ผู้กล้าที่อยู่แนวหน้าเท่านั้น พ่อแม่ ภรรยา สามี ลูก พี่

น้อง ญาติ เพื่อน และผู้อยู่แนวหลังของผู้กล้าเหล่านี้ ทุกคนคงมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน 

ภาพที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่เป็นความจริงที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น   

 

 

เครดิต  อยากจะร้องให้ดังไกลไปถึงใครอีกหลายคน

ขอให้อ่านเนื้อหาในลิงค์ที่แนบมานะคะ

 

เครดิต  แด่.. ผู้กล้า หมวดตี้(ร.ต.ต. กฤตติกุล บุญลือ) ชีวิตได้ชดใช้ด้วยชีวิต

ขอให้อ่านเนื้อหาในลิงค์ที่แนบมานะคะ

 

คลิ๊ก ชมวีดีโอ ทหาร 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และฟังเพลง “I