บางสิ่ง...  อาจขาดหาย

แต่หัวใจ...  ยังคงอยู่

หน้าที่...  ของตัวครู

เพียงส่งหนู...  ถึงเส้นชัย 

 

กับงาน...  ในหน้าที่

ป้องปฐพี...  ไม่หวั่นไหว

ห่วงหวง...  ประเทศไทย

กับพ่อหลวง...  ในดวงใจ ไทยทุกดวง 

 

หนูรู้...  ครูผู้กล้า

กับภาระ อันใหญ่หลวง

แจวส่ง...  เจ้าเรือพ่วง

นั้นหนักหน่วง...  สักเพียงใด 

 

มิเคย...  จะเรียกร้อง

หัวใจของ...  ครูยิ่งใหญ่

งดงาม...  ด้วยน้ำใจ

และห่วงใย...  ตลอดเวลา 

 

วันนี้...  หนูขอกราบ

ผู้ประสิทธิ์ประสาท...  การศึกษา

ไม่มี...  คนสอน ก  กา

จะได้ปริญญา...  มาหรือไร

 

By ploypee.exteen.com                            

 

 

ตำรวจตระเวนชายแดน(ต.ช.ด.) คำนี้เราเคยได้ยินใช่ไหมคะ แล้วเราเห็นภาพอะไรบ้าง นอกจาก

ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำแข็งแรงมีอาวุธครบมือ มีหน้าที่คอยปกป้องเอกราชอยู่ตามแนวชายแดนไทย

 

หน้าที่ที่สำคัญของ ต.ช.ด. อีกเรื่องหนึ่งคือ การเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ปั้นสร้างอนาคตน้อยๆ

ของชาติให้ยิ่งใหญ่เท่าที่กำลังของเขาจะมี  มีบทความจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ มาฝากค่ะ 

 

ครูชายแดน"ทุกคนรู้จัก..มักถูกลืม ผู้มอบแสงสว่างให้เด็กทุรกันดาร 

 

สิ่งที่เป็นประเด็นน่าติดตามในวงการอาชีพครูขณะนี้ คือ การที่รัฐบาลพิจารณาออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินเดือนและค่าตอบแทนครู โดย เน้นการจัดเงินให้ในกรณีสอนเกินจำนวนชั่วโมงที่กำหนด การกำหนดให้มีเงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่งตามความรับผิดชอบ รวมแล้วเป็นเงินหลักหมื่น ซึ่งเงินเพิ่มพิเศษเหล่านี้น่าจะเพียงพอต่อการดำรงชีพของบรรดาผู้ประกอบวิชาชีพครู

จะว่าไปแล้ว ในสังคมไทยยังมีครูอีกกลุ่มหนึ่ง นั่นก็คือ ครูชายแดนหรือครูตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีสภาพชีวิตที่ยากลำบากกว่าครูพลเรือนที่สอนหนังสือตามโรงเรียนทั่วไปหลายเท่านัก อย่างไรก็ตาม ครูเหล่านี้ก็ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่สอนหนังสืออย่างไม่ย่อท้อตามชายแดนและพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล

ครูชายแดนมีบทบาทสำคัญในการมอบความรู้ให้แก่เด็กชาวเขาและเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการศึกษาไม่สามารถเข้าไปจัดตั้งโรงเรียนได้ เนื่องจากพื้นที่มีสภาพเป็น ป่าเขาทุรกันดาร บางพื้นที่เป็นชุมชนเกิดใหม่ บางแห่งก็มีเหตุการณ์การสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม

เป้าหมายการเรียนการสอนของครูตำรวจตระเวนชายแดนคือ การสอนให้เด็กชาวเขาและเด็กที่อยู่ห่างไกลรู้ภาษาไทย สามารถอ่านออกเขียนได้ เพื่อที่จะได้รับความรู้ที่ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้นและสามารถพึ่งตนเองได้

คงไม่มีผู้ใดจะปฏิเสธได้ว่า ชีวิตครูตำรวจตระเวนชายแดนเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเชิดชู เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่ยอมเสียสละความสบายส่วนตัว ทุ่มเททำงานให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ บางแห่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายและขาดอุปกรณ์การเรียนการสอน ทั้งโต๊ะนักเรียนและโต๊ะครูมีไม่ครบ โรงเรียนมีสภาพเก่าทรุดโทรม ขาดแคลนน้ำและไฟ เป็นต้น

หลายคนที่เคยได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของครูกลุ่มนี้แล้ว คงต้องยอมรับว่า ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นครูชายแดนได้นั้นจะต้องมีหัวใจที่เป็นนักสู้ พร้อมจะสู้และเสียสละเพื่อเด็กด้อยโอกาสทางสังคม อีกทั้งพร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะของตนจากตำรวจมาทำหน้าที่เป็น ครู แพทย์ นักจิตวิทยา และพัฒนากรได้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนระบุว่า ในปี 2546 มีจำนวนครูชายแดนทั้งสิ้น 1,621 คน มีนักเรียนกว่า 26,000 คน กระจายอยู่ตามโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 186 แห่ง ใน 39 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร หนองคาย อุดรธานี เลย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง ยะลา นราธิวาส และปัตตานี

ในแต่ละปีมีนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียน ตชด. นับพันคน บางคนได้มีโอกาสรับใช้สังคม รับราชการ เป็นผู้นำหมู่บ้าน บางคนพยายามขวนขวายหาความรู้ จนสามารถศึกษาต่อในระดับสูง ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท แม้ว่าความเจริญก้าวหน้าของคนเหล่านี้จะดูด้อยกว่าเด็กในเมืองหลายเท่า แต่ก็สร้างความภูมิใจให้กับครูชายแดนได้ไม่น้อย

บรรดาศิษย์เก่าที่ได้จบการศึกษา จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนต่างรู้สึกชื่นชมครูกลุ่มนี้ ซึ่งเคยมีบทสัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว อยู่ในหนังสือ 40 ปี โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังนี้

เจริญ ธรรมบัณฑิต หรือ จะแฮ จะกู๋ ชาวเขาเผ่ามูเซอแดง กล่าวว่า ข้าพเจ้าเกิดและเติบโตท่ามกลางภูเขาสูงในพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ทางภาคเหนือสุดของประเทศไทย เป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลการคมนาคม ไม่มีโอกาสได้ติดต่อคบค้าสมาคมกับชาวพื้นราบเท่าใดนัก จนกระทั่งอายุ 12 ปี จึงได้รู้จักโรงเรียน ตชด. เป็นครั้งแรก ที่หมู่บ้านจะจู๋ลาบา โรงเรียนแห่งนี้เปรียบเสมือนแสงเทียนเล่มแรกที่ส่องสว่าง ให้ข้าพเจ้าได้มีสายตากว้างไกล มีโอกาส ได้รับการศึกษาต่อเนื่องจากปริญญาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนกระทั่งระดับปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ้าไม่มีโรงเรียน ตชด.และครูชายแดน ข้าพเจ้าอาจจะเป็น มูเซอขี้ยา นอนโทรมอยู่ตามท้องไร่ท้องนา

อนันต์ แสนมะเพ็ง อดีตนักเรียนโรงเรียน ตชด. บ้านนานกปีด อ.ปากชม จ.เลย เล่าว่า ผมเคยเรียนอยู่ที่โรงเรียน ตชด. บ้านนานกปีด ตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.6 ครูที่โรงเรียนใจดีทุกคน ผมได้ความรู้จากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันมาทำการเกษตร ได้ปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ร่วมกับเพื่อน ๆ และจัดเวรทำกับ ข้าวทานตอนกลางวัน พ่อแม่ผมทำไร่ ข้าวโพด ฐานะยากจนมาก ไม่ได้ให้เงินผม มาโรงเรียน ก็ได้มาทานข้าวกลางวัน ที่โรงเรียนกับเพื่อน ๆ

ราตรี วิทวัส นักแสดงชื่อดัง ศิษย์เก่าโรงเรียน ตชด. บ้านใหม่ไทยเจริญ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ครูเคยช่วยชีวิตพ่อของตนไว้ เมื่อครั้งที่พอป่วยเป็นไข้ป่า จ.ส.ต.จรูญ ป้อมกฤษณ์ หรือ ครูป้อม ไปฉีดยาให้พ่อ ครูเป็นทั้งครูและหมอ ครูช่วยให้พวกตนรู้หนังสือ ถ้าไม่มีครูชายแดน ตนก็คงไม่มีความรู้ คุณความดีของครูที่ได้รับมานั้น ไม่เคยลืม และยังระลึกถึงอยู่เสมอ

ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของครูตำรวจตระเวนชายแดนเหล่านี้สมควรที่จะได้รับการยกย่องเชิดชูจากสังคม ดังนั้น สังคมควรที่จะให้ความสำคัญกับพวกเขามากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูตำรวจตระเวนชายแดนในการปฏิบัติหน้าที่มอบความรู้ และการศึกษาแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลต่อไป.
 

ที่มา แหล่งที่มา เดลินิวส์