บางสิ่ง...  อาจขาดหาย

แต่หัวใจ...  ยังคงอยู่

หน้าที่...  ของตัวครู

เพียงส่งหนู...  ถึงเส้นชัย 

 

กับงาน...  ในหน้าที่

ป้องปฐพี...  ไม่หวั่นไหว

ห่วงหวง...  ประเทศไทย

กับพ่อหลวง...  ในดวงใจ ไทยทุกดวง 

 

หนูรู้...  ครูผู้กล้า

กับภาระ อันใหญ่หลวง

แจวส่ง...  เจ้าเรือพ่วง

นั้นหนักหน่วง...  สักเพียงใด 

 

มิเคย...  จะเรียกร้อง

หัวใจของ...  ครูยิ่งใหญ่

งดงาม...  ด้วยน้ำใจ

และห่วงใย...  ตลอดเวลา 

 

วันนี้...  หนูขอกราบ

ผู้ประสิทธิ์ประสาท...  การศึกษา

ไม่มี...  คนสอน ก  กา

จะได้ปริญญา...  มาหรือไร

 

By ploypee.exteen.com                            

 

 

ตำรวจตระเวนชายแดน(ต.ช.ด.) คำนี้เราเคยได้ยินใช่ไหมคะ แล้วเราเห็นภาพอะไรบ้าง นอกจาก

ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำแข็งแรงมีอาวุธครบมือ มีหน้าที่คอยปกป้องเอกราชอยู่ตามแนวชายแดนไทย

 

หน้าที่ที่สำคัญของ ต.ช.ด. อีกเรื่องหนึ่งคือ การเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ปั้นสร้างอนาคตน้อยๆ

ของชาติให้ยิ่งใหญ่เท่าที่กำลังของเขาจะมี  มีบทความจากหนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ มาฝากค่ะ 

 

ครูชายแดน"ทุกคนรู้จัก..มักถูกลืม ผู้มอบแสงสว่างให้เด็กทุรกันดาร 

 

สิ่งที่เป็นประเด็นน่าติดตามในวงการอาชีพครูขณะนี้ คือ การที่รัฐบาลพิจารณาออกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินเดือนและค่าตอบแทนครู โดย เน้นการจัดเงินให้ในกรณีสอนเกินจำนวนชั่วโมงที่กำหนด การกำหนดให้มีเงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่งตามความรับผิดชอบ รวมแล้วเป็นเงินหลักหมื่น ซึ่งเงินเพิ่มพิเศษเหล่านี้น่าจะเพียงพอต่อการดำรงชีพของบรรดาผู้ประกอบวิชาชีพครู

จะว่าไปแล้ว ในสังคมไทยยังมีครูอีกกลุ่มหนึ่ง นั่นก็คือ ครูชายแดนหรือครูตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งมีสภาพชีวิตที่ยากลำบากกว่าครูพลเรือนที่สอนหนังสือตามโรงเรียนทั่วไปหลายเท่านัก อย่างไรก็ตาม ครูเหล่านี้ก็ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่สอนหนังสืออย่างไม่ย่อท้อตามชายแดนและพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล

ครูชายแดนมีบทบาทสำคัญในการมอบความรู้ให้แก่เด็กชาวเขาและเด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการศึกษาไม่สามารถเข้าไปจัดตั้งโรงเรียนได้ เนื่องจากพื้นที่มีสภาพเป็น ป่าเขาทุรกันดาร บางพื้นที่เป็นชุมชนเกิดใหม่ บางแห่งก็มีเหตุการณ์การสู้รบกับฝ่ายตรงข้าม

เป้าหมายการเรียนการสอนของครูตำรวจตระเวนชายแดนคือ การสอนให้เด็กชาวเขาและเด็กที่อยู่ห่างไกลรู้ภาษาไทย สามารถอ่านออกเขียนได้ เพื่อที่จะได้รับความรู้ที่ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้นและสามารถพึ่งตนเองได้

คงไม่มีผู้ใดจะปฏิเสธได้ว่า ชีวิตครูตำรวจตระเวนชายแดนเป็นสิ่งที่น่ายกย่องเชิดชู เนื่องจากบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่ยอมเสียสละความสบายส่วนตัว ทุ่มเททำงานให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ บางแห่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายและขาดอุปกรณ์การเรียนการสอน ทั้งโต๊ะนักเรียนและโต๊ะครูมีไม่ครบ โรงเรียนมีสภาพเก่าทรุดโทรม ขาดแคลนน้ำและไฟ เป็นต้น

หลายคนที่เคยได้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของครูกลุ่มนี้แล้ว คงต้องยอมรับว่า ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นครูชายแดนได้นั้นจะต้องมีหัวใจที่เป็นนักสู้ พร้อมจะสู้และเสียสละเพื่อเด็กด้อยโอกาสทางสังคม อีกทั้งพร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะของตนจากตำรวจมาทำหน้าที่เป็น ครู แพทย์ นักจิตวิทยา และพัฒนากรได้ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนระบุว่า ในปี 2546 มีจำนวนครูชายแดนทั้งสิ้น 1,621 คน มีนักเรียนกว่า 26,000 คน กระจายอยู่ตามโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 186 แห่ง ใน 39 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร หนองคาย อุดรธานี เลย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เชียงราย น่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง ยะลา นราธิวาส และปัตตานี

ในแต่ละปีมีนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียน ตชด. นับพันคน บางคนได้มีโอกาสรับใช้สังคม รับราชการ เป็นผู้นำหมู่บ้าน บางคนพยายามขวนขวายหาความรู้ จนสามารถศึกษาต่อในระดับสูง ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท แม้ว่าความเจริญก้าวหน้าของคนเหล่านี้จะดูด้อยกว่าเด็กในเมืองหลายเท่า แต่ก็สร้างความภูมิใจให้กับครูชายแดนได้ไม่น้อย

บรรดาศิษย์เก่าที่ได้จบการศึกษา จากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนต่างรู้สึกชื่นชมครูกลุ่มนี้ ซึ่งเคยมีบทสัมภาษณ์เรื่องดังกล่าว อยู่ในหนังสือ 40 ปี โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดังนี้

เจริญ ธรรมบัณฑิต หรือ จะแฮ จะกู๋ ชาวเขาเผ่ามูเซอแดง กล่าวว่า ข้าพเจ้าเกิดและเติบโตท่ามกลางภูเขาสูงในพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ทางภาคเหนือสุดของประเทศไทย เป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลการคมนาคม ไม่มีโอกาสได้ติดต่อคบค้าสมาคมกับชาวพื้นราบเท่าใดนัก จนกระทั่งอายุ 12 ปี จึงได้รู้จักโรงเรียน ตชด. เป็นครั้งแรก ที่หมู่บ้านจะจู๋ลาบา โรงเรียนแห่งนี้เปรียบเสมือนแสงเทียนเล่มแรกที่ส่องสว่าง ให้ข้าพเจ้าได้มีสายตากว้างไกล มีโอกาส ได้รับการศึกษาต่อเนื่องจากปริญญาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จนกระทั่งระดับปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ้าไม่มีโรงเรียน ตชด.และครูชายแดน ข้าพเจ้าอาจจะเป็น มูเซอขี้ยา นอนโทรมอยู่ตามท้องไร่ท้องนา

อนันต์ แสนมะเพ็ง อดีตนักเรียนโรงเรียน ตชด. บ้านนานกปีด อ.ปากชม จ.เลย เล่าว่า ผมเคยเรียนอยู่ที่โรงเรียน ตชด. บ้านนานกปีด ตั้งแต่ชั้น ป.1-ป.6 ครูที่โรงเรียนใจดีทุกคน ผมได้ความรู้จากโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันมาทำการเกษตร ได้ปลูกผัก เลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ร่วมกับเพื่อน ๆ และจัดเวรทำกับ ข้าวทานตอนกลางวัน พ่อแม่ผมทำไร่ ข้าวโพด ฐานะยากจนมาก ไม่ได้ให้เงินผม มาโรงเรียน ก็ได้มาทานข้าวกลางวัน ที่โรงเรียนกับเพื่อน ๆ

ราตรี วิทวัส นักแสดงชื่อดัง ศิษย์เก่าโรงเรียน ตชด. บ้านใหม่ไทยเจริญ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ครูเคยช่วยชีวิตพ่อของตนไว้ เมื่อครั้งที่พอป่วยเป็นไข้ป่า จ.ส.ต.จรูญ ป้อมกฤษณ์ หรือ ครูป้อม ไปฉีดยาให้พ่อ ครูเป็นทั้งครูและหมอ ครูช่วยให้พวกตนรู้หนังสือ ถ้าไม่มีครูชายแดน ตนก็คงไม่มีความรู้ คุณความดีของครูที่ได้รับมานั้น ไม่เคยลืม และยังระลึกถึงอยู่เสมอ

ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของครูตำรวจตระเวนชายแดนเหล่านี้สมควรที่จะได้รับการยกย่องเชิดชูจากสังคม ดังนั้น สังคมควรที่จะให้ความสำคัญกับพวกเขามากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูตำรวจตระเวนชายแดนในการปฏิบัติหน้าที่มอบความรู้ และการศึกษาแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลต่อไป.
 

ที่มา แหล่งที่มา เดลินิวส์   ฉบับที่ 19747 [หน้าที่ 6 ] ประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2546

http://www.thaiedresearch.org/thaied_news/index1.php?id=10389

 


กับอีกหนึ่งบทความที่ประทับใจจาก bloggang.com

เจ้าของบล็อกเขาไปออกพื้นที่กับคุณหมอที่รู้จักกัน ออกพื้นที่ในหมู่บ้านกะเหรี่ยง ไปช่วยทำฟัน

ตรวจสุขภาพให้เด็กๆ  ขอตัดบทความบางช่วงมาลงให้อ่านกันนะคะ 

 

มนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของชุมชนที่ห่างไกลคือรอยยิ้มที่จริงใจ

 

 

 

เบื้องหลังครูตำรวจตระเวนชายแดน
มือคู่หนึ่งถือปืนเป็นผู้พิทักษ์ชายแดน และในขณะเดียวกัน มือคู่นี้ก็ขีดเขียนกระดานดำเป็นผู้ชี้นำทางการศึกษา

 

 

 

" สถานที่แรกที่ผมจะเล่าเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในหมู่บ้านคำหวัน ผมเข้าไปในโรงเรียนตอนสายๆเพราะจากตัวอำเภอกว่าจะถึงหมู่บ้านก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง คนในหมู่บ้านเป็นชาวกะเหรี่ยงปาตกายอ แต่ช่วงที่ผมไปไม่ค่อยเจอผู้ใหญ่ครับ พวกเขาออกไปทำไร่และเก็บของป่า มีเพียงสาวๆนั่งทอผ้าที่บ้าน และมีเด็กๆที่มาโรงเรียน

โรงเรียนแห่งนี้จัดตั้งขึ้นหลายสิบปีแล้ว โดยในระยะแรกเป็นเพียงเรือนไม้ที่คุณตำรวจรุ่นบุกเบิกได้ก่อสร้างไว้ และสอนเด็กๆไปตามมีตามเกิด ต่อมามีโครงการขยายโอกาสทางการศึกษา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานทรัพย์สร้างโรงเรียนและสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน หลังเสด็จสวรรคตในปีพศ.2538 โรงเรียนก็ยังอยู่ในพระบรมราชูปถัมป์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งช่วยให้เด็กๆได้เรียนหนังสือจนถึงป.6
 ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีครู7คน เป็นตำรวจตระเวนชายแดนทั้งหมด บางคนพักในตัวเมือง เช้ามืดรีบตื่นเพื่อขับ4WD มาสอนหนังสือ และครูบางคนก็พักที่บ้านพักไม้เล็กๆหลังโรงเรียน คอยดูแลเด็กบ้านไกลกว่าหลายสิบคนที่มาอาศัยเรือนนอนของทางโรงเรียน เด็กเหล่านี้เป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่ผมคิด ต้องดูแลตัวเอง ตื่นเช้ามาทำอาหาร ล้างจาน ซักผ้า รดน้ำแปลงผัก ก่อนไปเข้าเรียน..
ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน กิจกรรมของน้องๆคือวิ่งเล่น และไม่ลืมที่จะรดน้ำผัก ให้อาหารปลาที่เลี้ยงไว้เป็นอาหารกลางวัน
เด็กๆที่นี่มีความรับผิดชอบสูง และรักกันเหมือนพี่น้อง เด็กโตดูแลเด็กเล็ก มีอะไรก็ต้องแบ่งๆให้น้องกิน
จำได้ว่าช่วงพักกลางวันหลังจากล้างเครื่องมือทำฟันเสร็จ น้องๆจะให้ผมตักข้าวกินก่อน แต่ผมรู้สึกว่าผมโตกว่า ก็ควรเสียสละให้เด็กเล็กๆก่อนเช่นกัน
 เอาล่ะ ลองมาฟังเรื่องราวของครูตำรวจ(หนุ่มบ้าง แก่บ้าง) กันดีกว่า

ครูคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า เข้ามาในหมู่บ้านในยุคที่ต้องเดินเท้า ใช้เวลาเดินป่าทั้งวัน ตอนนั้นไม่มีใครพูดภาษาไทยได้เลย "ทีวี ตู้เย็น ไม่ต้องพูดถึง เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ผมอยู่ในยุคที่ไม่มีห้องน้ำห้องส้วม ชาวบ้านทั้งหนุ่มทั้งสาวอาบน้ำในแม่น้ำ เห็นเปลือยจนเบื่อเลยล่ะคุณ"


"ตอนที่มาแรกๆ เขาก็สงสัยว่าเราเข้ามาทำไม ตอนนั้นคือเราเข้ามาสำรวจ เข้ามาช่วยดูแล นานๆไปชาวบ้านก็เริ่มไว้ใจเรา เราเป็นทั้งตำรวจ ทั้งครู ทั้งหมอ ในฤดูฝนหมู่บ้านแห่งนี้เหมือนโดนตัดขาดจากโลกภายนอก บางครั้งมีชาวบ้านอุ้มเด็กตัวร้อนมาขอยาที่บ้านพัก เราก็ต้องช่วยเท่าที่ทำได้... "
 

 

ครูบอกว่า   ทุกวันนี้ครูตำรวจตระเวนชายแดนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียน รอวันที่จะมีครูที่แท้จริงเสียสละเข้ามาทำงาน  "ถึงแม้จะผูกพันกับโรงเรียนมาก แต่ถ้ามีคนที่ดีกว่าเข้ามา พวกผมก็พร้อมจะเข้าป่าไปเรื่อยๆ ยังมีอีกหลายหมู่บ้านที่ห่างไกลและอยู่ลึกเข้าไป" 

 

ช่วงเวลาสองวันในหมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ในคืนที่เงียบสงบ ในหมู่บ้านกลางป่า ผมนอนในบ้านไม้ของพี่อสม. ฟังเสียงตุ๊กแกวิ่งเล่นบนฝาผนัง ไม่มีสิ่งบันเทิงใดๆ ไม่มีแสงสีใดๆ คนที่เคยชินกับความเจริญของเมืองหลวงมาอยู่ที่นี่ไม่นานก็คงเบื่อ
แต่กลุ่มคนเหล่านี้ ก็ยังเลือกที่จะทำงานเพื่อคนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา เพื่อคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนชายขอบของสังคม...

ในบ้านไม้หลังเล็กที่เปลี่ยวเหงา คงมีบางอย่างที่ทำให้พวกเขาอบอุ่นในหัวใจ...

นั่นคือความรู้สึกยินดี ที่ได้เป็นผู้ให้.. ให้โอกาสแก่เด็กๆ ซึ่งเหมือนดาวดวงน้อยๆ

ดางดวงน้อยในป่าทึบที่ห่างไกล...

********

ครูเป็นเพียงนักรบจบแค่นี้
บุกป่าดงพงพีเข้ามาหา
ครูไม่มีทั้งสิ้นปริญญา
ครูมีแต่ศรัทธามาจากใจ
จะจุดเทียนส่องสว่างที่กลางป่า
ไม่เลือกว่าหน้าตาภาษาไหน
ถึงแม้งานจะหนักสักเพียงใด
ด้วยดวงใจของครูจะสู้ทน....

ขอบคุณน้ำใจของครู ต.ช.ด.ทุกๆท่านครับ...
 

เครดิต bloggang.com 

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมได้จากลิงค์ที่แนบมานะคะ ^^

 

 ฝากข่าวประชาสัมพันธ์นะคะ

ขอเชิญชวนเพื่อนๆ ร่วมกันประกวดชื่อ โครงการส่งจดหมายรักไป 3 จังหวัดชายแดนใต้  ค่ะ

ดูรายละเอียดได้ที่บล็อกหยินและหยาง  ของหมอเชนรูปหล่อนะคะ

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกท่านค่ะ ^^

 

 

ขอสดุดี คุณครู ต.ช.ด. ในทุกพื้นที่ทุกท่านค่ะ  ขอคุณพระคุ้มครอง

 

~ o ~  เรือจ้างกลางใจ  ~ o ~

ศิลปิน  อุเทน  พรหมมินทร์ -  ปนัดดา  เรืองวุฒิ

คำร้อง/ทำนอง แพงคำ  ป้องจันลา

 

ช.  เมื่อลมหายใจยังอยู่  วิญญาณนักสู้ยังหวัง หากวันใดล้มลง  เหมือนเป็นดั่งนกหลงรัง

โบยบินบนถิ่นฟ้ากว้าง  หลงทางอยู่กลางป่าใจ

ญ.  ปีกของเจ้ายังอ่อน  เกาะคอนก็คงไม่ไหว  เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าร่างกาย 

ล้มลุกทุกข์ใจอย่าถอย

ช.  เธอเห็นคนจนทนอยู่  เธอสู้เพื่อเด็กน้อยๆ  ผู้ซึ่งยังหวังรอคอย  แสงเทียนเล่มน้อยส่องทาง

ญ.ไม่เท่าตะวันส่องแสง แสงเทียนไม่แรงพลัง เด็กน้อยรอคอยความหวัง เธอคือเรือจ้างกลางใจ

 

ช.  สองปีกเจ้ายังไม่กล้า  สองขาเจ้ายังไม่แข็ง

ญ.  พลังเจ้ายังไม่แรง  เพียงพอกับพายุร้าย

ช.  สังคมนี้มีแต่เหยี่ยว  คอยเฉี่ยวเอาตัวเจ้าไป

ญ.  ข้างหน้ามีอันตราย  ปีกใครป้องภัยระวัง

( ช.ญ.) ข้างหน้ามีอันตราย  ปีกใครป้องภัยระวัง

เธอคือเรือจ้างกลางใจ

 

 

ปล  ชอบเพลงนี้ค่ะ เป็นเพลงอยู่ในชุด ครูในดวงใจ 

        ถ้าจำไม่ผิดจัดทำขึ้นหลังจากที่ครูจูหลิง เสียชีวิตแล้ว 

ขอบคุณทุกๆ คอมเม้นท์นะคะ  ขอให้สุขกาย สบายใจ ทุกท่านค่ะ ^^

 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วรู้สึกว่า..ในขณะที่คนๆนึงกำลังทำหน้าที่ด้วยความเสียสละอยู่..แล้วเราทำอะไรอยู่เนี่ย..sad smile
โอ้โห หนูเป็นครูแต่หนูรู้สึกอายจัง คิดว่าตัวเองเหนื่อยมาก รู้สึกท้อแท้ แต่ไม่เคยคิดว่า ครูที่เค้าอาสาทำด้วยใจ เค้าลำบากว่าเราหลายร้อยเท่า

อ่านแล้วชื่นชมครูตด.ทุกท่าน มีความเสียสละ และอดทมาก ๆ
อ่านแลวรู้สึกมีกำลังใจ ที่จะเป็นครู ^^
ปล.ขอโทษที่ไม่ได้แวะมาน คิดถึงนะคะพี่นันท์

#40 By :::Be_My_Guest::: on 2008-08-29 19:25

ครูเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่และมีเกียรติมากค่ะ ยิ่งเป็นครูในท้องถิ่นทุรกันดารหรืออันตรายด้วยแล้ว อ่านแล้วคิดถึงคุณครูค่ะ

#39 By LhinKo^_^ on 2008-08-29 14:27

ทำเอาซึ้งเลย Hot!
บล็อกเพ่นันท์ยังน่าเข้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย

อิๆbig smile

#37 By แสนไกร on 2008-08-28 10:45

ในสังคมของเรายังมีคนดีๆ อยู่มากจริงๆ นะคะ เสียแต่ว่าเราไม่ค่อยรู้กัน ซึ่งฟูจังเข้าใจค่ะว่าพวกเขาเหล่านั้นก็คงไม่ได้ต้องการจะโอ่อวดตัวเอง แต่การที่เราได้รับรู้สิ่งดีๆ เหล่านี้ก็ทำให้ชื่นใจจริงๆ ค่ะ

แวะมาสวัสดีคุณ N ค่ะ (เห็นท่านอื่นเรียกว่า พี่นันท์ ฟูจังขออนุญาตเรียกบ้างได้ไหมคะ surprised smile) ขอบคุณที่แวะไปเม้นที่บลอคเมื่อเช้าวันอาทิตย์นะคะ (กว่าฟูจังจะมาทักทายก็น้านนาน แหะๆ)

ปล. ฟูจังชอบรูปเด็กน้อยทั้งสองจังค่ะ นี่ละวิถีชาวบ้าน กับรอยยิ้มจริงใจ big smile

#36 By ฟูจัง~* on 2008-08-28 00:34

-- ชอบบทกลอนที่ขึ้นต้น Entry นี้มากๆ เลยคะ

-- อ่านแล้วซาบซึ้งมากๆ ใครที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

-- ไม่มีทางได้รู้จริงๆ big smile

#35 By Evil-minded Angel on 2008-08-27 17:52

อ่านแล้ว ซาบซึ้งค่ะ
คิดถึงสมัยที่ไปเป็นครูบ้านนอก
ไปแค่ไม่นาน ก็มองเห็นอะไรๆชัดเจนทีเดียว
ขอบคุณที่นำเนื้อหาดีๆมาให้อ่านนะคะ

#34 By ลำดวน on 2008-08-27 12:37

แม่นู๋ไม่ใช่ ตชด.แต่ก็เป็นคุณครูชายแดนเหมือนกัน

อ่านแล้วก็คิดถึงแม่ Hot!

#33 By iDoi* on 2008-08-27 12:24

ต.ช.ด. ไม่ใช่อาชีพตำรวจอย่างเดียว พวกเค้าเปนครูของเด็กๆด้วย

ไม่ได้มาเยี่ยมพี่นันท์นานแล้วนะคะ สบายดีใช่ไหมคะ อยากมาบอกเช่นกันค่ะพี่ว่าจะเต็มที่กับหน้าที่ในโครงการนี้เหมือนกันค่ะ

#32 By rusleeping on 2008-08-27 00:28

อ่า แม่มดโก๊ะอ่า ลืมน้องดาว

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#31 By *~ แม่มด ~* on 2008-08-26 23:07

แม่มดชอบเอนทรี่นี้จังพี่นันท์

ตอนเด็กๆนะ อาจารย์เคยบอกว่า

ทหาร ตชด อะ น่าสงสาร + เขาเป็นผู้เสียสละอย่างยิ่ง

ยิ่งอ่านก็ยิ่งเข้าใจ และก็เห็นใจ

ที่จริง...คนที่เสียสละไปอยู่จุดนั้น ถือเป็นคนที่น่ายกย่องมากจริงๆค่ะ

อยากให้มีครูใจดีเข้าไปถึงจัง

#30 By *~ แม่มด ~* on 2008-08-26 23:07

เป็นกำลังใจให้ครับ
ในฐานะที่ผมเองก็เป็นครูคนหนึ่ง

#29 By CHAN on 2008-08-26 10:08

เด๋วขอไปคิดชื่อจากบอคพี่เชนก่อนนะคะ

โครงการนี่ดีจังเลยคะพี่นันท์

คิดถึงๆน๊าquestion
เด็กๆ บริสุทธิฺ์จริงๆค่ะ..
ต้องขอบคุณ ครู ตชด. ที่ช่วยให้เด็กๆ ได้มีความรู้..

big smile

#27 By PunPrai on 2008-08-25 16:02

เนื้อหายาวมาก แต่คุณภาพมากกว่า ดีใจที่ได้อ่านคะ

#26 By ลนล on 2008-08-25 15:40

ในที่ที่มืดมิดที่สุด หิ่งห้อยย่อมเปล่งแสงสว่างได้เต็มที่

เช่นเดียวกัน ..

ในสถานที่ที่ขาดแคลนยากไร้ที่สุด ศักยภาพของคนย่อมแสดงออกได้อย่างเต็มที่

เพิ่งทราบว่ามีโรงเรียนเช่นนี้อยู่

ขอบคุณน้องนันท์ที่เอาเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันเช่นเคยครับ

เป็นแรงจูงใจที่อยากทำให้เราเดินหน้าต่อไปได้ เพราะเชื่อว่าเส้นทางที่เลือกนั้นถูกต้องแล้ว

big smile

#25 By แรงใจไฟฝัน on 2008-08-25 14:56

big smile

#24 By ป้าหมู on 2008-08-25 08:24

ชอบครับ...
ถ้ามีโอกาสยังอยากไปสอนบ้างเลย
เอาใจช่วยครับ

#23 By Lonely season on 2008-08-24 23:13

ชอบเนื้อหาค่ะคุณนันท์ big smile
ผู้เสียสละ

ดอกไม้งามของผองชน big smile

#21 By ทิว แอด ไฟน์ on 2008-08-24 22:05

อ่านแล้วตื้นตันค่ะ
บางคนใช้ชีวิตได้คุ้มค่ากับที่เกิดมามากเลยนะคะ big smile

#20 By นกไร้ขา on 2008-08-24 20:39

สวัสดีค่ะพี่นันท์ ไม่ได้เข้ามาเอ็กทีนนานเลย นานจะได้อยู่หน้าคอมโดยปราศจากงานค่ะ เข้ามาเห็นพี่ๆทำอะไรเพื่อสังคมมากมาย น่ารักกันจริงๆค่ะ big smile
คิดถึงค่ะพี่ จะกลับมาอัพบลอคแล้ว เพราะคิดถึงพี่ๆค่ะ

#19 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2008-08-24 17:36

อ่านเรื่องราวแบบนี้ทีไรก็นึกถึงเพลงอานนท์ ของน้า หงา คาราวาน ทุกที
รู้สึกมันโดนใจ น้ำตาจะไหล...ซาบซึ้งกับการเสียสละทุ่มเท รักชาติ
ของพวกเขาเหล่านั้น

แต่พวกที่อยู่สบาย ๆ ในเมืองใหญ่ ๆ เมื่อไหร่จะสำนึกอย่างนี้บ้างน้ะ

#18 By นาย ช บ า on 2008-08-24 15:09

ขอบคุณครับ^^+

big smile big smile big smile

#17 By ♥ ช้างต้น on 2008-08-24 14:57

อ่านแล้วเนื้อหาดีมากเลยค่ะ
รู้สึกดีที่มีบุคคลที่เสียสละเพื่อชาติได้มากมายอย่างนี้
เราเคยรู้สึกว่าถ้าคนเราไม่มองตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วหันกลับมามองคนรอบข้าง ช่วยเหลือเขาอย่างไม่ต้องมีข้อแม้ รู้จักเมตตากันอย่างที่ไม่ต้องเลือกปฏิบัติ บ้านเมืองเราก็คงจะดีขึ้นกว่านี้มากๆเลย
ดีจังที่ได้อ่านเรื่องราวดีๆอย่างนี้ ขอบคุณที่เอามาให้อ่านกันน่ะค่ะbig smile

#16 By earth on 2008-08-24 12:54

ภารกิจเพื่อชาติ...
นับถือน้ำใจของพวกเขาจริงๆ..
big smile
ครู
คือผู้แจ้งโลก
confused smile confused smile confused smile confused smile
น่ายกย่องในน้ำใจของคุณครู ที่อยู่ที่นั่นนะค่ะ
big smile เห็นภาพเด็กยิ้มแล้วรู้สึกสดชื่นจังค่ะ big smile

พูดถึงครูชายแดนแล้ว
ก็น่าจะมอบสวัสดิการดีดีให้สมกับความทุ่มเทเหมือนกันนะคะ big smile Hot!

#12 By !2know ++ on 2008-08-23 20:49

กลอนที่ฝากไว้เพราะจริงๆครับ

ขอบคุณมากครับพี่นันท์ รู้สึกดีจริงๆนะครับสำหรับกลอน

#11 By redtear on 2008-08-23 18:10

เคยเห็นภาพทหารสอนหนังสือเด็กๆทางทีวีค่ะ

ดูอ่อนโยนด้วยแล้วก็เข้มแข็งด้วยนะคะพี่นันท์

ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ big smile

#10 By ^_poomapooma_^ on 2008-08-23 18:01

อีกสิ่งนึงที่ผมชื่นชมมากๆก็คือการทำหน้าที่คุณครูให้เด็กๆด้วยนี่ล่ะ สุดยอดจริงๆ surprised smile

/surprised smile


ร่วมให้กำลังใน ต.ช.ด. ทกนายด้วยครับ

#9 By >t-O.y: on 2008-08-23 17:36

ผมเสียใจทุกครั้งเวลาทหารตำรวจเสียชีวิตเพราะไอ้พวกชั่ว น่าเสียดายคนดีๆ นี่คือเกียรติสูงสุดในชีวิต ของอาชีพนี้รับใช้ชาติ เจ๋ง+
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..Hot!
เมื่อก่อนนี้ตอนที่เรายังเด็กๆ น้าชายน้องของแม่
เป็นตชด.อยู่ยะลา อยู่ห่างบ้านจนทุกคนที่บ้านเป็นห่วง
จำที่แม่เคยพูดว่า งานที่น้องชายคนนี้ทำเป็นงานที่
น่าภูมิใจที่สุด ถึงจะเป็นห่วงความเป็นอยู่และความปลอดภัย
ก็ภูมิใจและยินดีที่เป็นตชด.อยู่ไกลบ้านอย่างนั้้น ..

ชอบคุณนันท์แต่งกลอนนะ เพราะดี big smile

#7 By moodee on 2008-08-23 15:12

ข้าราชการดีดีมีให้เห็นbig smile

#6 By Meowzilla Zilla on 2008-08-23 14:44

ลืมๆ confused smile

ขอบคุณที่ชอบเนื้อหานะคะ big smile

#5 By ~ N ~ on 2008-08-23 14:35

สวัสดีค่ะ big smile

น้องทราย & คุณอิ๊ด

อ่านเรื่องครู ต.ช.ด. แล้ว ต้องขอสดุดีให้กับการเสียสละที่ยิ่งใหญ่นี้เลยนะคะ big smile

#4 By ~ N ~ on 2008-08-23 14:34

ตัวหนังสืออ่านง่ายค่ะ
เนื้อหาดีมากๆเลยHot!

#3 By eeddy(อี๊ด) on 2008-08-23 14:23

ตัวอักษรอ่านไม่ยากค่ะ

เนื้อหายาว แต่มีคุณค่าและความหมาย

รักษาสุขภาพนะคพี่นันท์big smile

#2 By # li DarK_SpritE il # on 2008-08-23 14:20

ไม่อยากอัพยาว แต่ไม่อยากตัดเนื้อหาที่นำมาลงเลย ตัวอักษรอ่านยากหรือเปล่าคะ big smile

#1 By ~ N ~ on 2008-08-23 14:15