~ กำลังใจจากพ่อ ~

posted on 30 Aug 2008 00:43 by ploypee

 

ในการทำงาน...

เราจะเห็นคุณค่าของความพยายามได้จากอุปสรรคของงานที่ได้ก้าวผ่านพ้นมา

 

ได้คุยกับน้องคนหนึ่ง ในครั้งที่เราได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกัน เรารู้สึกเห็นใจและซาบซึ้ง

ในการตั้งใจทำงานของน้องเขาแต่เราก็ช่วยเหลือได้น้อยมากเลยแล้วก็คิดถึงคำของ พ่อ”  

ขึ้นมาได้ อยากจะบอกน้องว่า ฟังคำของพ่อทุกครั้ง เราจะเกิดกำลังใจ เกิดพลังใจ ที่จะมุ่งมั่น

ทำให้สำเร็จ เราจะเป็นดังเหล็กเพชร ที่ผ่านความร้อน ผ่านการทุบตี นี้ไปให้ได้ค่ะ 

 

ขออัญเชิญพระราชดำรัสของ พ่อ  จาก  บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร 

มาให้อ่านกันนะคะ 

 

 

 

 

บางส่วนจาก "บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร".........นสพ.มติชน


ในคืนวันหนึ่งของปี พ.ศ. ๒๕๑๐(ยศในขณะนั้นพันตำรวจโท)


......
หลังจากได้รับพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำแล้ว ในวังไกลกังวล...............ผมจำได้ว่า

 

คืนนั้นผู้ที่โชคดีได้เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานพระจิตรลดา เป็นนายตำรวจ 8 นาย และ

 

นายทหารเรือ 1 นาย


......
พระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงมาพร้อมด้วยกล่องใส่พระเครื่องในพระหัตถ์ทรงอยู่ใน

 

ฉลองพระองค์ชุดลำลอง..........ขณะที่ทรงวางพระลงบนฝ่ามือที่ผมแบรับอยู่นั้น ผมมีความ

 

รู้สึกว่าองค์พระร้อนเหมือนเพิ่งออกจากเตา.....


......ภายหลัง เมื่อมีโอกาสกราบบังคมทูลถาม จึงได้ทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระ

 

เครื่ององค์นั้น ด้วยการนำเอาวัตถุมงคลหลายชนิดผสมกัน เช่น ดินจากปูชนียะสถานต่างๆ

 

ทั่วประเทศ ดอกไม้ที่ประชาชนทูลเกล้าถวายในโอกาสต่างๆ และเส้นพระเจ้า(เส้นผม)

 

ของพระองค์เอง เมื่อผสมกันโดยใช้กาวลาเท็กซ์เป็นตัวยึดแล้ว จึงทรงกดลงในพิมพ์

 

(อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ซึ่งต่อมาเป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้แกะถวาย) โดยไม่ได้เอาเข้า

 

เตาเผา.........หลังจากที่ได้รับพระราชทานแล้ว ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชวาท

 

มีความว่า.....…“ พระที่ให้ไปน่ะก่อนจะเอาไปบูชา ให้ปิดทองเสียก่อน แต่ให้ปิดเฉพาะ

 

ข้างหลังพระเท่านั้น


......
พระราชทานพระบรมราชาธิบายด้วยว่า ที่ให้ปิดทองหลังพระก็เพื่อเตือนตัวเองว่าการ

 

ทำความดีไม่จำเป็นต้องอวดใคร หรือประกาศให้ใครรู้ ให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และถือว่าความ

 

สำเร็จในการทำหน้าที่เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์แล้ว.....


.....ผมเอาพระเครื่องพระราชทานไปปิดทองที่หลังพระแล้ว ก็ซื้อกรอบใส่ หลังจากนั้นมา

 

สมเด็จจิตรลดาหรือพระกำลังแผ่นดินองค์นั้น ก็เป็นพระเครื่องเพียงองค์เดียวที่ห้อยคอผม.....


.....
หลังจากที่ไปเร่ร่อนปฏิบัติหน้าที่อยู่ไกลห่างพระยุคลบาท ผมได้มีโอกาสกลับไปเฝ้าฯ

 

ที่วังไกลกังวลอีก.....ความรู้สึกเมื่อได้เฝ้าฯ นอกจากจะเป็นความปีติยินดีที่ได้เข้าเฝ้าใต้เบื้อง

 

พระยุคลบาทอีกครั้งหนึ่งแล้ว ก็มีความน้อยใจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ลำบาก และ

 

เผชิญอันตรายนานาชนิดบางครั้งจนแทบเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ปรากฎว่ากรมตำรวจมิได้

 

ตอบแทนด้วยบำเหน็จใดๆ ทั้งสิ้น........


......
ก่อนเสด็จขึ้นคืนนั้น ผมจึงก้มลงกราบบนโต๊ะเสวย แล้วกราบบังคมทูลว่า

 

ใคร่ขอพระราชทานอะไรสักอย่างหนึ่ง..........


......พระเจ้าอยู่หัวตรัสถามว่า จะเอาอะไร?”