เพราะ..(ไม่)รัก จึงต้องมาพัก.."บ้านบางแค"
posted on 24 Sep 2008 22:19 by ploypee

ก่อนอื่นขอประชาสัมพันธ์ค่ะ
มาดูดาราเขียนจดหมายถึงทหาร ตำรวจ ในโครงการจดหมายรักฯ กันค่ะ คลิ๊กเลย ^^

เคยฟังคำพูดใดแล้วให้เกิดความรู้สึกสะดุดหู สะดุดใจบ้างหรือเปล่าคะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ชมรายการศึก 12 ราศี (ไม่ได้ชมตั้งแต่ต้น) ช่วงที่หันกลับไปฟัง
เป็นตอนที่ผู้ร่วมรายการ “คุณโก๊ะตี๋” กล่าวว่า “การที่จะทำให้ลูกรักเรา ไม่ใช่ว่าเราต้องมาสอน
หรือบอกให้ลูกต้องรักเรา แต่เราต้องทำให้ลูกเห็นว่าเรารักพ่อแม่ของเราอย่างไร เพื่อที่ลูกจะได้
เห็นตัวอย่างแล้วปฏิบัติต่อเราแบบนั้น”
(อาจไม่ตรงทีเดียว แต่จับใจความได้ประมาณนี้ค่ะ) ฟังแล้วทำให้หวนรำลึกถึงภาพการ์ตูน
ในหนังสือขายหัวเราะเมื่อหลายปีก่อน อ่านไว้นานมากแต่ยังติดอยู่ในความทรงจำ
(เนื้อหาประมาณว่า) มี พ่อ แม่ ลูก พาคุณย่าไปส่งที่บ้านพักคนชรา
ลูก “คุณพ่อ ทำไมเราต้องพาคุณย่ามาอยู่ที่นี่ด้วยครับ”
พ่อ “เพราะคุณย่าแก่แล้ว”
ลูก “ผมจะจำไว้ พอคุณพ่อแก่แล้ว ผมจะพาคุณพ่อมาอยู่ที่นี่”
พ่อ ทำหน้างงๆ แบบการ์ตูน
บางคนอ่านแล้วอาจจะขำๆ กับมุขนี้
แต่หากคิดให้ดี.. . การกระทำของคุณพ่อคุณแม่ คือ แบบอย่างที่จะให้ลูกนำไปปฏิบัติ
เพราะเขาเห็นและซึมซับภาพเหล่านี้อยู่ทุกวัน
คนที่ชอบประชดประชันบิดามารดา ชอบว่ากล่าวขานให้ช้ำใจ ไม่ปรนนิบัติ ไม่เอาใจใส่ดูแล
หรือตรงกันข้าม คนที่ปรนนิบัติดูแลเอาใจใส่บิดามารดาเป็นอย่างดี ทุกอย่างที่ทำล้วนเป็น
กรรมทั้งสิ้น ทำอย่างไรก็จะได้รับอย่างนั้น
บุตร ธิดา เห็นบิดามารดาทำอย่างไรเขาก็เก็บจำ โตขึ้นเขาจักตอบแทนด้วยพฤติกรรมแบบเดียวกัน
กล่าวถึงบ้านพักคนชรา เลยมีเรื่องมาฝากกันค่ะ
มูลนิธิบ้านบางแค ในพระอุปถัมภ์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
วัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
1. เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนในกิจการของสถานสงเครราะห์คนชราบ้านบางแต
ในดันที่จะช่วยให้คนชราได้รับความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
2. เพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนในกิจการของสถานสงเคราะห์อื่น ๆ และผู้ยากไร้
หรือด้อยโอกาส ตามที่คณะกรรมการเห็นชอบด้วย
3. เพื่อร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อ
สาธารณะประโยชน์
4. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
ภารกิจของศูนย์ (คลิ๊กอ่านในแต่ละหัวข้อได้เลยนะคะ)
1. ศูนย์ข้อมูลและสารสนเทศงานสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (Data Center)
2.ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนา (Training Center)
3.ศูนย์การเรียนรู้ (Learning Center)
6. ศูนย์บริการให้คำแนะนำปรึกษาและส่งต่อ (Counseling Center)
คลิ๊ก ชมตัวอย่างภาพกิจกรรมของศูนย์
ช่วงที่เรียนประถมศึกษา และ มัธยมศึกษา โรงเรียนอยู่บริเวณเดียวกันกับวัดค่ะ คุณครู
นักเรียน ผู้ปกครอง วัด ผูกพันกันค่อนข้างมาก วันสุดสัปดาห์จะมีชั่วโมงการสวดมนต์
วันพระใหญ่ทางโรงเรียนจะนิมนต์หลวงพ่อมาเทศน์สอนในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญจะมีเรื่อง
“การกตัญญูกตเวทิตา” อยู่ด้วยเสมอๆ
อีกกิจกรรมของทางโรงเรียนที่ดี และอยากให้ทางโรงเรียนกระทำต่อเนื่องกันไปคือ การพา
นักเรียนไปทัศนศึกษาที่ “สถานสงเคราะห์บ้านพักคนชรา” ตอนนั้นทางโรงเรียนจัดไปที่
“บ้านบางแค” ค่ะ
ไปถึงที่บ้านพักรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับประวัติ วัตถุประสงค์ กิจกรรม ของมูลนิธิฯ
แล้วคุณครู ก็ปล่อยนักเรียนให้ไปเยี่ยมเยียนคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย ตามอัธยาศัย
เจ้าของบล็อกเดินดูรอบๆ บริเวณบ้านพัก(นานมากแล้วนะคะ) แล้วนั่งคุยเป็นเพื่อนคุณยาย
กับเพื่อนๆ ผู้สูงอายุทุกคนที่ยังเคลื่อนไหวไปมาได้จะมีงานให้ทำ จำพวกงานฝีมือเพื่อไม่ให้
มีเวลาว่างจนเกิดความเครียด งานบางชิ้น ติดราคาขายสูงพอสมควรเพราะสวย ระหว่างนั้น
จะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินดูแลเป็นระยะๆ
ขอแบ่งประเภทบ้านพักเป็น 3 ระดับนะคะ
แบบบ้านเดี่ยวหลังเล็กๆ สำหรับการเป็นส่วนตัว มีเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษคุยกับคุณยาย
บางท่าน ทราบว่าเป็นคนค่อนข้างมีฐานะ ลูกหลานมาบริจาคให้มูลนิธิเป็นจำนวนเงินสูง
ทางบ้านพักฯ จึงจัดที่พักให้เป็นพิเศษ ผู้สูงอายุบางท่านก็บริจาคเงินเองเพื่อขอมาอยู่ที่นี่
เพราะสบายใจกว่าจะอยู่บ้าน นานๆ ลูกหลานจะมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง
แบบเป็นห้องนอน หนึ่งห้อง มีไม่กี่เตียง (พักรวม) กลุ่มนี้ยังมีญาติมาพบปะบ้างเป็นระยะ
คุยกับผู้สูงอายุ มีบางท่านบอกว่า “มีลูกคนเดียวและลูกไม่ได้แต่งงาน ที่บ้านฐานะไม่ค่อยดี
ลูกเขาต้องทำงานไม่มีเวลามาดูแลยายหรอก จะปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวเขาก็เป็นห่วง จะฝาก
ญาติคนอื่นก็ไม่รู้จะพึ่งใคร ยายเลยมาอยู่ที่นี่จะได้ไม่เป็นภาระ มีเพื่อนด้วย เสาร์อาทิตย์ เขา
ไม่ทำงาน เขาก็มาหา” แม้ในคำพูดที่ฟังดูเหมือนเข้าใจ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเหงาความคิดถึง
แบบเป็นเรือนนอนยาว นอนบนพื้น มีที่นอนให้ นอนเรียงกันเป็นแถวๆ (ค่อนข้างแออัด)
กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะไม่มีญาติมาดูแล จากการที่แวะคุยกับคุณยายคุณตาหลายๆ ท่าน ท่านจะรู้สึก
ยินดีมาก ที่มีเด็กๆ หรือใครก็ตามแวะเวียนมาคุย มานั่งเป็นเพื่อน ยกน้ำ ยกขนมให้ทาน
เวลากลับ ท่านไม่อยากให้กลับ แล้วจบประโยคด้วยคำว่า “แวะมาบ่อยๆ นะ”
ฟังแล้วรู้สึกอย่างไรคะ
ลูกทุกคนล้วนมีความรัก มีคนที่รัก มีความปรารถนาต้องการ การดูแลเอาใจใส่จากคนที่ตนรัก
แต่ลูกบางคนกลับลืมคิดถึงคนที่ถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูตนมาเสียได้ เคยเห็นพ่อแม่บางคน
มีลูกเล็กๆ แต่ต้องทำงานไม่มีคนเลี้ยงลูกต้องพาลูกไปอยู่ใกล้ๆ ทำงานไปก็ดูลูกไป ลูกก็กำลังซน
งานก็ต้องทำ ลำบากกว่ากันก็ยังเลี้ยงกันจนเติบโตมาได้
กับบิดามารดา ที่ไม่ต้องดูแลกันถึงขนาดนั้นลูกบางคนกลับดูแลไม่ได้ แต่มีเวลาไปตามเฝ้าตามเอาใจ
คอยแคร์คอยเป็นห่วงเป็นใยใครคนอื่นได้ น่าปวดใจแทน
“อยากให้บ้านพักคนชรา มีไว้สำหรับผู้ชราที่ไร้ญาติขาดมิตร เท่านั้นจริงๆ”
มีบทกลอนมาฝากค่ะ หลายท่านคงเคยได้อ่านกันแล้ว
“รักคุณพ่อคุณแม่ให้มากๆ นะคะ ก่อนที่ท่านจะไม่อยู่ให้เราดูแล”
พ่อแม่ก็แก่เฒ่า จำจากเจ้าไม่อยู่นาน
จะพบจะพ้องพาน เพียงเสี้ยววารของคืนวัน
ใจจริงไม่อยากจาก เพราะยังอยากเห็นลูกหลาน
แต่ชีพมิทนทาน ย่อมร้าวรานสลายไป
ขอเถิดถ้าสงสาร อย่ากล่าวขานให้ช้ำใจ
คนแก่ชะแรวัย คิดเผลอไผลเป็นแน่นอน
ไม่รักก็ไม่ว่า เพียงเมตตาช่วยอาทร
ให้กินและให้นอน คลายทุกข์ผ่อนพอสุขใจ
เมื่อยามเจ้าโกรธขึ้ง ให้นึกถึงเมื่อเยาว์วัย
ร้องไห้ยามป่วยไข้ ได้ใครเล่าเฝ้าปลอบโยน
เฝ้าเลี้ยงจนโตใหญ่ แม้เหนื่อยกายก็ยอมทน
หวังเพียงจะได้ยล เติบโตจนสง่างาม
ขอโทษถ้าทำผิด ขอให้คิดทุกทุกยาม
ใจแท้มีแต่ความ หวังติดตามช่วยอวยชัย
ต้นไม้ที่ใกล้ฝั่ง มีหรือหวังอยู่นานได้
วันหนึ่งคงล้มไป ทิ้งฝั่งไว้ให้วังเวง
ผู้ประพันธ์ อ. สุนทรเกตุ
ขอขอบคุณเครดิตข้อมูล เว็บ http://www.banbangkhae.go.th/index.php
ใครบอก นุชชี่ นั่นแระกลุ่มเป้าหมายนะคะ
พ่อแม่เราเอง ยังไงก็ต้องดูแลท่านอ่า..
อนาคตอาจต้องมาอยู่ที่บ้านบางแคก็ได้ใครจะรู้
การฝากบ้านพักฯ ให้ช่วยดูแลให้ย่อมดีกว่าที่จะปล่อยให้อยู่ตามลำพัง

พ่อแม่เลี้ยงเราด้วยความยากลำบาก แล้วเรากตัญญูกตเวทิตากี่มากน้อยกันเชียว
"รัก"ที่เราโหยหากัน พ่อแม่มีมอบให้เรา แต่หลายครั้งกลับลบลืมไป
อย่ารอให้ถึงวันเราเราต้องสำนึกว่า เราขาด"รัก"จากพ่อแม่ไปเสียแล้วค่อยมานั่งเศร้าเสียใจกันครับ
สัญญาครับ ไม่ลืมพระคุณพ่อแม่ครับ
#1 By redtear on 2008-09-24 23:01