เส้นขนาน
posted on 13 Oct 2008 21:43 by ploypee
หรือเป็นเพียง เส้นขนาน กันมาก่อน
จึงร้าวรอน อ่อนท้อ เกินขอให้
เส้นที่เคียง คู่สอง ของหัวใจ
ลดระยะ ห่างลงไป จนใกล้กัน
หรืออาจต้อง เว้นห่าง ไว้อย่างนี้
เพราะความต่าง ที่มี มาขีดคั่น
อคติ หม่นมัว เข้าพัวพัน
แยกเราไกล จากกัน ทุกวันมา
อยากเป็นปลาย เส้นทาง ดังในภาพ
คู่ระนาบ ขยับเคลื่อน เลื่อนเข้าหา
แล้วบรรจบ พบพาน เมื่อกาลเวลา
ลดมิจฉา ทิฐิใน กลางใจลง
หมายถึง เส้นตรงตั้งแต่สองเส้นขึ้นไปที่มีระยะทางระหว่างเส้นเท่ากันไปตลอด
ไม่ว่าจะลากต่อปลายออกไปยาวเท่าไรก็ตามจะไม่พบกัน นอกจากนี้เส้นโค้งก็ยังเป็น
เส้นขนานได้ เรียกว่า โค้งขนาน เส้นตรงสองเส้นบนระนาบเดียวกันขนานกันต่อเมื่อ
เส้นตรงทั้งสอง มีระยะห่างเท่ากันเสมอ (เหมือนกลับไปเรียนคณิตศาสตร์อีกครั้ง)
จะมีสักกี่คนกัน ที่อยากจะมีชีวิตเป็นเส้นขนานกับทุกเรื่องราวไปเรื่อยๆ
บางครั้งคำว่า “ทิฐิ” ก็เป็นสิ่งค้ำคอกำหนดการตัดสินใจ กำหนดการกระทำให้เป็นไป
หากเป็น “สัมมาทิฐิ” ก็ดีไป แต่ถ้าเป็น “มิจฉาทิฐิ” คงจะนำมาซึ่งความหายนะในไม่ช้า
แปลกนะ ที่หลายๆ คน ในหลายๆ ครั้ง บทจะยอมก็ยอมได้ตลอดไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่
แต่บทจะไม่ยอมขึ้นมา เรื่องเพียงน้อยนิดก็กลับยอมไม่ได้
เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เราจงทำตัวให้เป็นน้ำไม่เต็มแก้วอยู่เสมอ”
เพราะจะทำให้เรายังมีพื้นที่เหลือพอที่จะรับน้ำจากแหล่งอื่นเพิ่มเติมได้อีก
แต่หากเราทำตัวเป็นน้ำที่เต็มแก้วเสียแล้วเราไม่มีโอกาสจะรับเพิ่มได้เลย เพราะเมื่อเติมน้ำ
ลงไปอีกเท่าใด น้ำก็จะไหลล้นออกไปหมด
การปิดหู ปิดตา ปิดใจ ไม่รับไม่รู้ ไม่พิจารณา เชื่อมั่นเพียงใจเราอย่างเดียว ก็เป็น “มิจฉาทิฐิ”
อีกตัวหนึ่งที่จะทำร้ายตัวเราเองในภายหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก หรือ หน้าที่การงานใด
แม้กระทั่งเรื่องรอบๆ ตัว ที่ต้องสัมผัสอยู่ในทุกๆ วัน ที่ลืมตา
มาลดระยะห่างที่ปลายทาง กันดีไหม? แล้วเราจะได้พบกันที่จุด Infinity
(ที่ไม่ใช่ทางช้างเผือก)
วิ่งไปเรื่อยๆเหมือนเต่าดีกว่า โค้งบ้าง ซิกแซกบ้าง 555
...
มิฉะนั้น อาจจะไม่ได้เจอ ฮ่าๆๆ
ชอบเอนทรีที่แล้วมากๆ...
แต่ไม่มีโอกาส...
บอกตรงนี้แล้วกันนะ...
#1 By มุมเล็กๆ ของญาดา on 2008-10-13 21:59