~ ดอกแก้วกัลยา ~ ดอกไม้งามด้วยน้ำพระหฤทัย
posted on 15 Nov 2008 22:07 by ploypee
ภาพแห่งความประทับใจ
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ขณะทรงทรงผูกเชือกรองพระบาทให้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ดอกแก้วกัลยา
(หากวีดีโอไม่เล่น ชมคลิ๊ปวีดีโอเพลง ดอกแก้วกัลยา คลิ๊กที่ภาพ)
[แก้ไข] ดอกแก้วกัลยา
คุณสุริยัน อริยวงศ์โสภณ ประธานกรรมการโครงการดอกแก้วกัลยา กล่าวว่า... “ดอกแก้วกัลยา เป็นดอกไม้ประดิษฐ์ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนาม เพื่อเป็นดอกไม้แห่งสัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ เพื่อเป็นสิริ มงคลแก่คนพิการ ซึ่งดอกแก้วกัลยาประดิษฐ์ขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการในศูนย์ส่ง เสริมอาชีพของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ซึ่งที่มาของดอกแก้วกัลยานั้นเป็นดอกไม้ในจินตนาการ มาจากดอกไม้ ๒ ชนิดด้วยกันคือ “ดอกแก้ว” และ “ดอกแก้วเจ้าจอม” ที่มีกลีบดอกสีฟ้าคราม ซึ่งดอกแก้วทั้ง ๒ ชนิดนี้เป็นดอกไม้ยืนต้นที่แข็งแรง ใบสวยงาม ออกดอกเป็นพวง ให้ความหมายเปรียบเทียบประดุจคนเราทุกคนมีน้ำใจเป็นหนึ่งเดียว
เพราะฉะนั้นความหมายโดยรวมของดอกแก้วกัลยานั้นคือ ดอกไม้จากนางแก้ว ที่มีน้ำพระหฤทัยสดใส ให้แสงสว่างอบอุ่นกับมวลหมู่คนพิการในแผ่นดินไทย ดั่งน้ำพระหฤทัยจากองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”
[แก้ไข] ดอกแก้วกัลยามากจากไหน
ดอกแก้วกัลยา เป็นดอกไม้ที่จินตนาการมาจากดอกไม้ ๒ ชนิดของตระกูลดอกแก้วคือ ดอกแก้ว และดอกแก้วเจ้าจอม
ดอกแก้ว เป็นดอกไม้สีขาว มีกลิ่นหอม
ลักษณะทั่วไป แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ ๕ – ๑๐ เมตร ทรงพุ่มไม่เป็นระเบียบ ใบออกเป็นช่อ เป็นแผงเรียงสลับกัน ใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ช่อสั้น ออกตามปลายกิ่ง กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่ขนาด ๒ – ๓ เซนติเมตร ผลรูปไข่ รี ปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด ๑ – ๒ เมล็ด
ดอกแก้วเจ้าจอม เป็นดอกไม้สีม่วงคราม สวยสง่าแต่อ่อนหวาน
ลักษณะทั่วไป ไม้ต้นสูง ๑๐ - ๑๕ เมตร เรือนยอดกลม ใบเป็นใบประกอบ แบบขนนกมี ๒ คู่ ใบย่อยขนาดไม่เท่ากันคู่ปลายจะยาวที่สุดประมาณ ๓.๕ ซม. ใบย่อยรูปรีปลายมน ใบผิวมันคล้ายแผ่นหนัง ดอกฟ้าอมม่วงดอกออกเป็นกระจุกมี ๕ กลีบ เกสรสีเหลือง ๘ - ๑๐ อัน ดอกโตประมาณ ๒.๕ ซม. ออกดอกเดือนสิงหาคม - ตุลาคม
พลเอก สิงหา เสาวภาพ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการพัฒนาคนพิการ ได้มอบให้ คุณวิไลวรรณ ลายถมยา และคุณพนิดา ชอบวณิชชา กรรมการจัดงานวันคนพิการ ออกแบบดอกแก้วกัลยา และให้คนพิการศูนย์ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการจัดทำเพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงเลือกรูปแบบ วัสดุ และสีของดอกไม้ โดยยึดหลักที่สำคัญคือความปลอดภัยในการผลิต อุปกรณ์ที่ใช้ต้องราคาถูกและหาง่าย จึงเลือกกระดาษสาเป็นกลีบดอกและใบ
เพราะกระดาษสาสามารถประดิษฐ์เป็นดอกไม้นานาชนิดได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องรีดไฟฟ้า เพียงใช้มือบิดเบาๆ ก็จะได้รูปที่ต้องการ และเป็นการช่วยเศรษฐกิจของไทยอีกทางหนึ่ง ซึ่งกระดาษสาผลิตจากเปลือกไม้สาที่มีอยู่มากมายทางตอนเหนือของประเทศไทย มีราคาถูก จึงมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าการใช้วัสดุอื่นโดยสิ้นเชิง
[แก้ไข] ดอกแก้วกัลยาเป็นดอกไม้แห่งเมตตา
แม้ว่าผมจะทราบถึงที่มาของดอกแก้วกัลยามาบ้างแล้ว แต่หลังจากทั้งลงมือวาดภาพ และอ่านบทความเรื่องราวเกี่ยวกับพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ แล้วซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์เป็นอย่างหาที่สุดไม่ได้ โครงการมากมายที่พระราชทานล้วนก่อเกิดประโยชน์ต่อพสกนิกร และผู้ด้อยโอกาสเป็นอย่างมาก หนึ่งในร้อยในพันพระเมตตานั้น…คือแก้วกัลยาดอกนี้
“สมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งประดิษฐ์โดยคนพิการในศูนย์ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่า “ดอกแก้วกัลยา”
พร้อมทั้งพระราชทานพระอนุญาตให้ใช้เป็น ดอกไม้แห่งสัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนพิการ องค์กรของคนพิการ และทรงมีพระดำรัสให้ฝึกอบรมอาชีพคนพิการเพื่อประดิษฐ์ “ดอกแก้วกัลยา” รวมทั้งจัดจำหน่ายเพื่อนำรายได้ไปดำเนินงานพัฒนา และส่งเสริมอาชีพคนพิการในองค์กรคนพิการทั่วประเทศ”
(เครดิต เว็บไซต์ คลังปัญญาไทย)
วันที่ 3 มกราคม 2551 เวลา 11:12 น.
มูลนิธิ พอ.สว. พระกรณียกิจเพื่อผู้ป่วยยากไร้
02.54 น. เช้าตรู่ของวันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นวันที่พสกนิกรไทยทั่วหล้าต่างโศกเศร้าอาลัยเมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ หลังจากที่เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550
ย้อนกล่าวถึงพระจริยวัตร และพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพสกนิกรไทยทุกคนว่า นอกจากจะทรงสนพระทัยและมีพระอัจฉริยภาพเป็นเลิศทั้งในด้านการอ่าน-เขียน การกีฬา การถ่ายภาพ ด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์โบราณคดีแล้ว ยังทรงสนพระทัยในสวัสดิภาพของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมและพระราชทานพระอนุเคราะห์แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในท้องถิ่นทุรกันดารมาโดยตลอด ยังประโยชน์ให้ชาวไทยผู้อาศัยอยู่ในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดาร มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ดังจะเห็นได้จากโครงการในพระอุปถัมภ์หลากหลายโครงการทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข การศึกษา อาทิ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (พอ.สว.) แห่งประเทศไทย, มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนาการมาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย มูลนิธิขาเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เป็นต้น
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จแปรพระราชฐานและประทับแรม ณ พระตำหนักภูพิงค ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทรงทราบด้วยพระเนตรพระกรรณถึงความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นขัดสนในเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคเมื่อยามเจ็บไข้ของตำรวจตระเวนชายแดนและราษฎรทั่วไปที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารเรื่อยมา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ใช้ชื่อย่อว่า “พอ.สว.” ขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 โดยเชิญชวนนายแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลเข้ามาเป็นอาสาสมัคร เป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ในพระองค์เดินทางไปทำการรักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยในหมู่บ้านที่ห่างไกลทุรกันดาร ต่อมาได้พัฒนาและเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับจน มีพอ.สว. ประจำจังหวัดรวม 50 จังหวัดทั่วประเทศ และเพิ่มภารกิจมากขึ้น จากการเป็นหน่วยแพทย์อาสาเคลื่อนที่ ก็มี“แพทย์ทางอากาศ” หรือ “แพทย์ทางวิทยุ” ช่วยรักษาทางวิทยุ ช่วยนำผู้ป่วยบางประเภทมารักษายังโรงพยาบาลจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งออกค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย เป็นต้น และในปี พ.ศ. 2517 ได้พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จดทะเบียนเป็น “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” (มูลนิธิ พอ.สว.) เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2517 โดยทรงเป็นองค์ประธานกิตติมศักดิ์ ด้วย
สมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ได้โดยเสด็จฯ สมเด็จพระบรมราชชนนีในกิจการของ พอ.สว. มาตลอด ตั้งแต่ครั้งยังเป็น หน่วยแพทย์พอ.สว. จนกระทั่งเป็นมูลนิธิพอ.สว. จะปรากฏเห็นกันโดยทั่วไปว่าทั้งสองพระองค์เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ทรงนำหน่วยแพทย์ พอ.สว.ไปทำการตรวจรักษาผู้ป่วย ณ หมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นถิ่นทุรกันดาร และในบางรายได้ทรงรับผู้ป่วยไว้ในพระราชานุเคราะห์ส่งต่อไปรักษา ณ โรงพยาบาลในส่วนจังหวัดหรือกรุงเทพฯ ส่วนมาก จะเห็นว่าเสด็จฯ โดยเฮลิคอป เตอร์ เพราะเป็นถิ่นทุรกันดาร บางแห่งไม่มีทางรถยนต์ มีแต่ทางเท้า แต่ก็มีประชาชนมาเฝ้าฯ รับเสด็จฯ และมาขอรับการตรวจอย่างเนืองแน่น ทำให้สุขภาพอนามัยของประชาชนในถิ่นทุรกันดารดีขึ้นตามลำดับ จำนวนผู้มาเฝ้าฯ กลับเพิ่มทวีขึ้น เพราะพวกเขาเจริญขึ้นทั้งทางสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่มากขึ้น จึงมารับการตรวจรักษาน้อยลง
จวบจนเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์ จึงทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์ กล่าวได้ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิ วาสราชนครินทร์ ทรงรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ มูลนิธิ พอ.สว. ไม่ใช่เป็นเพียง “พระราชมรดก” แต่ทรงเห็นแก่สุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษาและการพัฒนา “คน” ของประชาชนคนไทย ซึ่งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เขตแดนที่มีความเจริญน้อยกว่าเป็นสำคัญ ด้วยพระเมตตาจะให้พวกเขาเหล่านั้นมีชีวิต มีวิญญาณสมกับเป็น “คน” มีคุณภาพชีวิต มีครอบครัว มีสังคมที่มีความสุข
นับเป็นน้ำพระหฤทัยที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง โดยมิได้คิดถึงพระองค์เองเลยสักนิดว่าจะต้องทรงงาน ต้องทรงตรากตรำพระวรกายมากเพียงใด เพียงเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขสมบูรณ์เท่านั้น.
ทีมวาไรตี้
ก่อนอัพเอนทรี่นี้ฉันได้ไปวางดอกไม้จันทน์ที่วัดมา
เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันอาจทำได้เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
และน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ดอกแก้วกัลยา
คำร้อง: ประภาส ชลศรานนท์
ทำนอง: ประภาส ชลศรานนท์
เรียบเรียง: ประภาส ชลศรานนท์
ขับร้อง: อธิศรี สงเคราะห์ (พิการตาบอด)
แก้วกัลยาทรงคุณค่าเหนือจิตใจ
คือดอกไม้แห่งความรักและการแบ่งปัน
องค์พระพี่นางพระราชทานเป็นมิ่งขวัญ
ให้ผองผู้พิการไทยทั้งปวง
*** ดอกไม้ฟ้า แห่งกรุณา ประทานลงมาแสนชื่นใจ
ดั่งดอกไม้จากเทวาลัยจากแดนสรวง
ดอกไม้ฟ้า แก้วกัลยา แทนใจทั้งปวง
แทนความรักความเป็นห่วงความชื่นชม
ขาดแขนขาหรือดวงตามองไม่เห็น
ใช่จะลำเค็ญใช่จะทุกข์หรือตรอมตรม
ยังมีหัวใจสู้ต่อไปอย่างสุขสม
คือชีวิตที่ชื่นชมโลกงดงาม
ซ้ำ ***
?


#1 By benz on 2008-11-16 00:26