แม่น้ำสองสี
posted on 23 Nov 2008 10:52 by ploypee
จากปิงวังยมน่านนานนักหนา
ที่ไหลมารวมสายกลายเป็นหนึ่ง
น้ำต่างสีเพราะต่างสายให้คำนึง
เหตุใดจึงรวมได้ไม่แยกกัน
น้ำไม่มีชีวิตให้คิดย้อน
น้ำรู้จักตกตะกอนก่อนหลายชั้น
ทิ้งสิ่งหนักขุ่นหมองของตะกรัน
แล้ววางมันไว้ก้นบึ้งจึงใสเย็น
แต่มนุษย์สุดหลงคงไขว่คว้า
เพราะฉันทาพาให้ต่างอย่างที่เห็น
เฝ้าแยกเหล่าแยกกอก่อให้เป็น
ไม่ว่างเว้นวายวุ่นขุ่นหมองใจ
หนึ่งชีวิตลิขิตมาเพียงหนึ่งหน
จะทู้ทนแบกขึ้งไปถึงไหน
ถ้ารู้จักปลดแอกที่แบกไว้
คงไม่ตายเพราะติดปลักกับดักลวง
เห็นแม่น้ำสองสีนี้แล้ว ชอบจริงๆ ธรรมชาติมีสิ่งมหัศจรรย์ให้ได้ยลอยู่เสมอๆ
ความแตกต่างที่ลงตัวอย่างกลมกลืน
ได้ชื่อว่า “แม่น้ำสองสี” เพราะ
เป็นบริเวณต้นกำเนิดหรือจุดเริ่มต้นของแม่น้ำ เจ้าพระยาที่เกิดจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน
ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลปากน้ำโพ หน้าเขื่อน ในตัวเมืองเป็นจุดรวมแห่งแม่น้ำทั้งสองสาย
ดังกล่าวจะมองเห็นถึงความแตกต่างของ สายน้ำทั้งสองได้อย่างชัดเจน
แม่น้ำน่าน จะมีสีค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงมี สีค่อนข้างเขียว เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อยๆ
รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของประเทศไทยไหลผ่าน
จังหวัดต่าง ๆ ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพมหานครและ ออกอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ
มีความยาวประมาณ 370 กิโลเมตร
เครดิต http://www.kanchanapisek.or.th/kp8/culture///nks/nacon106.html
มีความรู้เกี่ยวกับแม่น้ำเจ้าพระยามาฝากค่ะ
แม่น้ำเจ้าพระยา
เป็นแม่น้ำสายหลักสายหนึ่งของประเทศไทย รวมตัวจากแม่น้ำสายหลัก 4 สาย
จากภาคเหนือ ได้แก่ แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน โดยไหลมารวม
ตัวกันที่ปากน้ำโพ รวมเป็นสายเดียว และไหลออกสู่อ่าวไทยที่ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ
โดยเรียกรวมว่า "แม่น้ำเจ้าพระยา" แม่น้ำอันเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของแผ่นดินสยาม
สำหรับที่มาของชื่อ "เจ้าพระยา" นั้นไม่มีหลักฐานปรากฏชัด สมเด็จฯ กรมพระยาดำรง
ราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่า "ที่เราเรียกกันว่า
ปากน้ำเจ้าพระยาทุกวันนี้ แต่โบราณเรียกว่าปากน้ำพระประแดง ภายหลังเมื่อแผ่นดินงอก
ห่างออกไปไกล เมืองพระประแดงจึงเรียกว่า ปากน้ำบางเจ้าพระยา"
ด้าน ม.ร.ว.ศึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเล่าถึงแม่น้ำเจ้าพระยาว่าเริ่มต้นที่จุดรวมของแม่น้ำน่าน
และแม่น้ำปิง ที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ ไปสิ้นสุดไหลออกทะเลที่ปากน้ำเมืองสมุทรปราการ
ตำบลตรงที่แม่น้ำนี้ไหลออกทะเลนั้นเคยมีชื่อว่า "เจ้าพระยา" ชื่อตำบลนั้นก็เลยใช้เรียกชื่อ
แม่น้ำทั้งสายว่า "แม่น้ำเจ้าพระยา" เช่นเดียวกับที่เอาชื่อตำบลที่แม่น้ำสายอื่นๆ ไหลออกสู่
ทะเลเรียกเป็นชื่อแม่น้ำ เช่น แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง เป็นต้น
ข้อมูลจากนักค้นคว้าศึกษาโดย เอนก นาวิกมูล กล่าวว่าเจ้าพระยามีสาขาแยกออกไปหลาย
สาย เช่น แยกไปทางชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร เรียกเป็นแม่น้ำมะขามเฒ่า
แม่น้ำสุพรรณบุรี แม่น้ำนครชัยศรี และแม่น้ำท่าจีน ต่างออกไปตามลำดับ แยกออกไปอีก
สายหนึ่งเรียกว่าแม่น้ำลพบุรี ส่วนที่เป็นลำคลองเชื่อมเจ้าพระยากับแม่น้ำอื่นก็มี เช่น คลอง
บางแก้ว คลองบางโผงเผง คลองรังสิต คลองบางบัวทอง คลองดาวคะนอง คลองพระโขนง
คลองสำโรง เป็นต้น
แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงล่างคดเคี้ยวกว่าตอนบน ด้วยแผ่นดินค่อยๆ ลาดลง สายน้ำไหลช้า
จนบางแห่งวกวนกลายเป็นรูปเกือกม้า เอกสารจากอดีตทำให้เห็นภาพน้ำเซาะแผ่นดิน
จนกลายเป็นเกาะเล็กๆ หลายแห่ง เรื่องเกาะในลำน้ำเจ้าพระยา และลำคลองที่เรียกกัน
ทุกวันนี้ว่า คลองบางกอกน้อย คลองบางกอกใหญ่ แต่ก่อนโน้นก็เคยเป็นตัวแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่ไหลคดเคี้ยวไปมา แต่เหตุที่แม่น้ำมากลายเป็นคลองก็เพราะลำน้ำช่วงนี้เดิมอ้อมมากนัก
จนมีเรื่องเล่าในหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์เดอร์ฉบับแรกของปี พ.ศ.2408 (เข้าใจกันว่า
เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ว่า แม้ลืมหม้อข้าวไว้ที่ทาง
เหนือน้ำ อ้อมแม่น้ำไปทางซ้าย จนตกเย็น ลงมาถึงอีกคุ้งหนึ่ง นึกขึ้นได้ว่าลืมหม้อข้าวไว้
ที่คุ้งบน ยังสามารถเดินลัดไปเอาหม้อข้าวมาได้ (ระยะทางไม่กี่กิโลเมตรคือจากสถานีรถไฟ
บางกอกน้อย ลงไปถึงป้อมวิไชยประสิทธิ์ปากคลองบางกอกใหญ่)
แหล่งที่มา : หนังสือแม่น้ำเจ้าพระยา : มารดาแห่งสยามประเทศ (The Chao Phya River :
Mother of Siam) โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
เครดิต http://www.cleanchaophraya.com/chaopraya.php?chaopraya=1
ตอนนี้กระแสข่าวเรื่องการเผาทำเนียบเพื่อทำลายหลักฐานกระจายบนอินเตอร์เน็ตไปทั่ว
ข่าวนี้ไม่อาจพิสูจน์แหล่งที่มาได้แน่ชัด แต่ก็เป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในขณะนี้
คนเขียนใช้นามว่า “คนไทยรักชาติ” จากลิงค์นี้
http://prachachonthai.com/www/index.php?option=com_content&task=view&id=764&Itemid=1
ข่าวจาก บล็อกกาซีน http://blogazine.prachatai.com/user/headline/post/1496
ยังไม่มีผู้ใดประเมินได้ว่า นับจากมีการชุมนุมมานั้น ความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดขึ้น
มีมูลค่าเท่าใด และยังจะต้องสูญเสียไปอีกมากเท่าใด รวมถึงชีวิตเลือดเนื้อที่สูญเสียไปด้วย
แม้จะยังไม่เชื่อว่ากลุ่มผู้นำ พธม. จะมีส่วนในการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของทางราชการไป
ตามกระแสข่าว แต่ก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่าทรัพย์สินของชาติตอนนี้อยู่ไม่ครบถ้วนแน่นอน
ยิ่งยึดครองอยู่นานทรัพย์สินยิ่งสูญหายมากขึ้น คนที่มาชุมนุมมาด้วยจุดประสงค์ต่างๆ กัน
บางคนมาด้วยความศรัทธาต่อกลุ่มผู้นำ บางคนมาเพราะบังเอิญอุดมการณ์คล้ายกัน แต่บางคน
ก็มาด้วยเพราะมันเป็นโอกาสที่เอื้ออำนวยอย่างมากในการฉกฉวย
ความรุนแรงและสูญเสียที่เกิดขึ้น แน่นอนรัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้
แต่ทรัพย์สินที่สูญหายไประหว่างการเข้ายึดครองของกลุ่ม พธม. จะถามหาผู้รับผิดชอบจากไหน
ขออย่าให้เป็นจริงตามกระแสข่าวเลย
“รักเธอ ประเทศไทย”
เพลง ลุ่มเจ้าพระยา
ศิลปิน กุ้ง กิตติคุณ
ลุ่มเจ้าพระยาเห็นสายธารา ไหลล่อง
เพียง แต่มองหัวใจให้ป่วน
น้ำไหลไป มักไม่ ไหลทวน
ชีวิตเรา ไม่มีหวน ไม่กลับทวนเหมือนกัน
เรา เกิดมา ผูกใจรัก กันดีกว่า
เพราะว่าชีวา แสนสั้น
เรา อย่าได้ สะเทือนหัวใจต่อกัน
ทิ้งชีวิตอัน สุขใจ
อย่าแตกกันเลยรักไว้ชมเชย ชิดมั่น
จง ผูกพันรักกันด้วยใจ
ขอจงเป็น เหมือนเช่น นกไพร
ที่เหิรบินคู่กันไป หัวใจ คู่กัน

เมื่อไหร่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวนะคะ
#1 By eeddy(อี๊ด) on 2008-11-23 11:23