พอได้หรือยัง... ? สองสัปดาห์เต็มๆ แล้วนะ ที่เป็นอย่างนี้ 

 

พี่คนหนึ่งถามน้องในที่ทำงานหลังจากเห็นเธอเสียน้ำตาให้กับบางเรื่องอย่างทุกข์ระทมใจอยู่เกือบสองสัปดาห์ ฟังแล้วก็อดคิดตามไม่ได้

ความรู้สึกของคนถามและคนถูกถามอาจจะแตกต่างกันและสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของผู้ถาม 

 

ทำไมต้องร้องไห้?

หากไม่ใช่นักแสดง หากไม่ใช่เพราะฝุ่นผงละอองที่ปลิวเข้าตา การที่คนหนึ่งคนจะกลั่นน้ำตาออกมาแต่ละหยดคงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วทำไมต้องร้องไห้? 

 

ตอนเป็นเด็กจำได้ว่าเคยทำผิดแล้วกลัวจะถูกตีก็ร้องไห้ แต่ถึงร้องไห้ก็ถูกตีอยู่ดี (พ่อดุมาก)  ตอนเด็กเหตุผลในการร้องไห้มีไม่กี่อย่าง กลัว โกรธ น้อยใจ เสียใจ พอได้ดังใจแล้วก็หยุดร้อง แต่เหตุผลในการร้องไห้เมื่อโตแล้วนี่สิที่น่าคิด 

 

อาจเคยได้ยินบางคนกล่าวว่า อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออกเหมือนน้ำตามันตกใน.. . 

เคยสังเกตไหมว่าหลังการร้องไห้มาอย่างหนักเราจะรู้สึกดีขึ้นไม่มากก็น้อย จะเชื่อได้ไหมว่าการร้องไห้เป็นการบำบัดความเจ็บป่วยทางใจได้อีกวิธีหนึ่ง แต่การร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ สุขภาพกายจะทรุดโทรมลงเพราะร่างกายสูญเสียโปรตีนกอรปกับการนอนไม่หลับ 

 

นอกจากจะรับรู้ว่าน้ำตามีรสออกเค็มแล้ว ควรจะรู้ด้วยว่าน้ำตามีส่วนประกอบของโปรตีนอยู่ด้วย ขอตัดบทความส่วนหนึ่งที่น่าสนใจมาให้อ่านกันนะคะ

 

นักชีวเคมีแห่งศูนย์วิจัยน้ำตา ชื่อ วิลเลี่ยม เฟรย์ ได้ให้ความสนใจและทำการศึกษาวิจัยเรื่องของน้ำตา มาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี ได้เขียนผลการวิจัยไว้น่าสนใจคือ  

 

การหลั่งน้ำตาของคนเรานั้นถูกควบคุมโดยต่อมน้ำตา ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดความเข้มของน้ำตา และควบคุมปริมาณ การขับถ่ายธาตุแมงกานีส รวมทั้งแร่ธาตุอื่นๆ ที่ร่างกายสร้างขึ้นขณะที่อารมณ์เปลี่ยนแปลงออกไปจากร่างกาย และพบว่า ปริมาณของแร่ธาตุต่างๆ ที่มีในน้ำตานั้น มากกว่าที่มีในกระแสเลือดถึง 30 เท่า และได้อธิบายว่า การที่ผู้ร้องไห้จะสบายขึ้น เป็นเพราะว่าร่างกายได้ขจัดเอาสารเคมีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะที่มีความทุกข์ออกไปจากร่างกายพร้อมน้ำตานั่นเอง ในการศึกษาของเฟรย์พบว่าผู้ชาย 73% และผู้หญิง 75% ที่กล่าวว่ารู้สึกสบายขึ้นหลังการร้องไห้

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ ในเรื่องส่วนประกอบทางเคมีของน้ำตาที่หลั่ง เนื่องจากสาเหตุที่แตกต่างกันพบว่า ประกอบด้วยสารเคมีบางอย่าง ที่เหมือนกันและบางอย่างที่แตกต่างกัน ซึ่งได้มีการทดลอง โดยใช้ชายหญิงจำนวนร้อยคนหลั่งน้ำตาด้วยสาเหตุที่แตกต่างกัน 2 วิธีคือ วิธีแรกโดยการหั่นหัวหอมสดทำให้เกิดการระคายเคืองตา น้ำตาก็จะไหลออกมา กับอีกวิธีหนึ่งก็คือกระตุ้นให้เกิดความรู้สึก สะเทือนอารมณ์โดยให้ดูภาพยนต์ 3 เรื่อง ที่ดูแล้วจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แล้วนำน้ำตาที่หลั่งเนื่องจากสาเหตุทั้งสอง มาวิเคราะห์หาส่วนประกอบดูความเหมือนและความแตกต่าง

 

พบว่าส่วนประกอบที่แตกต่างกันก็คือ ปริมาณของโปรตีนในน้ำตา น้ำตาที่หลั่งเนื่องจากความรู้สึกสะเทือนอารมณ์จะมีโปรตีนสูงกว่า น้ำตาที่หลั่งเนื่องจากการระคายเคืองตาถึง 24% และเราสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ผู้ที่ร้องไห้มากสาเหตุจากสะเทือนอารมณ์มักจะมีสุขภาพทรุดโทรมลง อย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะเป็นเพราะร่างกายต้องสูญเสียโปรตีนสูง ประกอบกับในภาวะดังกล่าวมักจะมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วยนั่นเอง  

 

ที่มา..บทความประกอบรายการวิทยุ พิพิธวิทยา ศูนย์วิทยาศาสตร์  เพื่อการศึกษาแห่งชาติ ร่วมกับ บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน 

เครดิต อ่านเพิ่มเติมได้จาก  น้ำตา   

 

 

ทางหลักการแพทย์จีน กล่าวว่าการร้องไห้เกี่ยวข้องกับพลังหยิน-หยาง ด้วย อธิบายไว้อย่างน่าสนใจ อ่านเพิ่มเติมได้จาก กลไกการหลั่งของน้ำตา 

 

เมื่อใดที่เราอยากร้องไห้ จงร้องไปเถอะ อย่าไปมัวหาสาเหตุว่าเราร้องไห้ทำไม?  ไม่มีใครที่ไม่มีปัญหาชีวิตก็เหมือนทะเล เดี๋ยวก็สงบเดี๋ยวก็มีคลื่นลม  

 

                                                           (เครดิต)

 

 

เพียงให้รู้จักร้อง รู้จักหยุด และควรรู้ว่าหลังจากร้องไห้ไปแล้วเราควรต้องทำอะไร.. .  ก็พอ

 

 

 

ปล  ความเห็นจากกระทู้ ร้องไห้ทำไม?

 

 

Ballade Pour Adeline - Richard Clayderman

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ร้องเพราะดีใจ หรือ ร้องเพราะเศร้าใจ
มันต่างก้อคือร้องไห้ทั้งนั้นbig smile
แต่ให้ได้อะไรจาก น้ำตา ด้วยจึงจะดีนะคะ big smile

หลังการร้องไห้ เราจะมีเวลาสำหรับตัวเองมากขึ้นในการทบทวน surprised smile

#2 By ~ N ~ on 2009-03-01 20:33

บางทีเราดีใจเราก็ร้อง
บางทีเราเสียใจเราก็ร้องbig smile

ไม่รู้ทำไม

#3 By ikengba on 2009-03-01 20:40

ลืม logout sad smile
big smile แต่อย่าร้องนาน

#5 By ~ N ~ on 2009-03-01 20:43

^
^
เพิ่งแวะไปเหมือนกันค่ะ big smile

#6 By ~ N ~ on 2009-03-01 20:45

เพื่อบรรเทา เรื่องราวที่มันฝั่งอยู่ข้างใน ให้ปล่อยออกมาบ้าง big smile

#7 By tiew@fine on 2009-03-01 20:45

ร้องไห้แล้วดีขึ้นจริงๆ นะ surprised smile

#8 By ~ N ~ on 2009-03-01 20:48

จะร้องไห้อีกนานไหม?

#9 By clock on 2009-03-01 20:49

หยุดร้องไห้ชั่วคราวค่ะ ตอนนี้ double wink

#10 By ~ N ~ on 2009-03-01 20:51

สุขทุกข์ คละเคล้ากันไปbig smile

#11 By ~Lemon~cicerO~ on 2009-03-01 21:21

อยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออกเหมือนน้ำตามันตกใน
^
^
ผมเป็นอย่างนี้จริงๆ

#12 By Zirius Sandorius on 2009-03-01 21:25

เป็นมนุษย์นี่ประหลาดดี...

แต่หยุดร้องไวๆ แล้วเริ่มต้นใหม่ดีกว่าconfused smile

#13 By wesong on 2009-03-01 21:26

ปกติจะเป็นคนร้องไห้ยากมากค่ะ..

แต่เมื่อไม่นานมานี้..จู่ๆ ก็มีเหตุการณ์หนึ่งแค่อ่านอะไรบางอย่าง..ก็น้ำตาไหลมาไม่รู้ตัว..

ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน ไม่เข้าใจตัวเอง..และไม่รู้ว่ามีโปรตีนในน้ำตามากน้อยแค่ไหน

และร้องแล้วได้อะไร ร้องแล้วเค้ารู้มั้ย..ร้องทำไม..
มิน่าน้ำตาถึงได้เค็มและเศร้านักopen-mounthed smile

ผมรู้สึกว่าถ้าร้องได้ ก็ร้องออกมาเถอะ
มันดีกว่าเก็บไว้ข้างใน....เราร้องไห้ก็เพื่อตัวเอง
แล้วคิดว่าพรุ้งนี้เราจะไม่ร้องอีก...

...ผมคิดแบบนั้นนะครับ

#15 By Crozzax on 2009-03-01 21:53

ให้น้ำตาชะล้างหัวใจ...

#16 By KeRoRo on 2009-03-01 21:54

บางทีร้องไห้เพราะความเสียใจค่ะ
แล้วก็มองหน้าตัวเองในกระจก แล้วก็ยิ้ม...
เหมือนคนบ้า ก็เลยหยุดsad smile

จะเสียน้ำตาให้มากที่สุดกับพริกค่ะ
มันเผ็ดจนกินไปน้ำตาไหลไปconfused smile

#17 By ต้า on 2009-03-01 22:00

อย่าอายที่จะร้องไห้ big smile
ใครๆ ก็ร้องไห้ได้เพราะเราร้องมาตั้งแต่เกิดแล้ว


ขอเพียงให้เรารู้จักหยุดร้องเมื่อควรจะหยุด และรู้จักยิ้มหลังการร้องไห้ surprised smile

#18 By ~ N ~ on 2009-03-01 22:00

คุณนัน....





บางคราว....
อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้....



ร้องเพื่อล้างลูกตาน่ะ...
sad smile
ร้องไม่นาน ตาจะใส

แต่หากร้องมากไป ตาจะช้ำ นะคะ


ให้ร้องแต่พอดี ตาจะสวย ค่ะ big smile

#20 By ~ N ~ on 2009-03-01 22:28

ผมว่านะการร้องไห้เป็นการแสดงอารมณ์
และผ่อนคลายร่างกายและจิตใจในระดับหนึ่ง
ผลงานวิจัยที่เอามาให้อ่านน่าสนใจดีครับ
ไฉไล กว่าเดิม กว้างขึ้น ใสขึ้น แจ่มขึ้น

ร้องไห้ทะมาย ก็ไม่รู้เช่นกันคับ

รู้ว่า ทุกข์ สุข ร้องไห้ได้หมด มะคืนก็ไห้ก่อนนอน

สาเหตุมาจากการฟังเพลง อ่าคับ


#22 By iTualek on 2009-03-02 00:32

น้ำตาเปรียบเสมือนเพื่อน big smile

#23 By Bluemoon on 2009-03-02 00:43

ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่
ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น
ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน
ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน

#24 By CHAN on 2009-03-02 08:49

สู้ๆนะคะ

เราก้อร้องไห้ครบอาทิตย์เหมือนกัน

ทรม๊าน ทรมาน

แต่สาเหตุหนึ่งที่ยังร้องไห้

อาจเป็นเพราะเราทรมานตัวเองก็เป็นได้

เวลาอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะทำให้เราแกร่งขึ้น

สู้ๆนะคะ

เอาใจช่วยด้วยคน big smile

#25 By PanGnuaN on 2009-03-02 09:25

ขอบคุณ คุณ ~N~ นะคร้าบบ ที่เข้ามาเม้นท์ให้...

เหงด้วยที่บอกว่า ร้องแล้วสบายใจขึ้น!! แต่ว่าแค่แปร๊บเดียวเองนะ ... อีกแปร๊บนึงอ้าว ร้องอีกละ เฮ้อ!!! ชีวิต....

#26 By Ihayo09 on 2009-03-02 11:48

บางทีตัวเราก็เป็น ดีใจมากก็ร้องไห้
เสียใจมากก็ร้องไห้
บางทีอยากร้องไห้ แบบไม่มีเหตุผล
นั่นสิร้องไห้ แล้วได้อะไรจากน้ำตา
แต่โดยรวมชอบประโยคนี้ที่สุด

"เพียงให้รู้จักร้อง รู้จักหยุด และควรรู้ว่าหลังจากร้องไห้ไปแล้วเราควรต้องทำอะไร.. . ก็พอ"

เจ๋งไปเลย เยี่ยม ^_^b

#27 By maphrao-hanjaesu on 2009-03-02 14:36

ร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาอ่ะพี่ 555

คิดถึงนะคะจุฟ ๆๆๆ

#28 By # li DarK_SpritE il # on 2009-03-02 16:18

ไม่เสียโปรตีน แต่เสียกำลังใจ

อย่าเศร้านานนักนะคะ จะทำให้เสียโอกาส เสียช่วงเวลาดีๆ ไปเปล่าๆ big smile

#29 By ~ N ~ on 2009-03-02 16:48

ดูหนังเศร้าอยู่ดี ๆ ชีวิตเราก็ไม่ใช่ ดันร้องไห้ ซะงั้น
เวลาร้องไห้เสร็จแล้วจะรู้สึกโล่งมากๆ

#31 By eeddy(อี๊ด) on 2009-03-02 19:24

บางทีก็เพื่อระบายนะ sad smile

#32 By Mod Lee on 2009-03-02 20:15

ขอบคุณค่ะ อิอิ big smile

ร้องไห้ ได้ร้องก็ดีใจนะคะ ที่อย่างน้อยก็ได้ร้อง big smile

#33 By tungmay on 2009-03-02 20:50

ร้องไห้... เราก็คิดว่ามีประโยชน์นะ อย่างน้อยก็ทำให้ดวงตาเราสะอาดขึ้น...

#34 By DDT on 2009-03-02 20:56

เราร้องไห้ เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าสิ่งที่ต้องทำต่อไปคืออะไร...big smile

#35 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-02 21:25

ไม่ได้ร้องไห้นานแล้วเหมือนกันค่ะ...



แต่จำไ้ด้...

ชอบร้องไห้เวลานอน..

พอตื่นเช้าขึ้นมา..มันปลอดโปร่งมากเลยค่ะ..คงเหมือนเราได้ปลดปล่อย....สบาย..

#36 By กวางน้อย... on 2009-03-02 21:47

ชอบร้องไห้ตอนดูหนัง

#37 By V@R on 2009-03-02 23:06

บางทีร้องไห้เสร็จมันก็โล่งนะคะ

แต่ร้องบ่อยไปมันก็เหนื่อย ก็ล้าbig smile

#38 By SEsai*im อิ่มๆ on 2009-03-03 00:38

#39 By DeepSnowzIndy on 2009-03-03 00:59

หลังร้องไห้จนพอแล้ว ต้องยิ้มนะคะ big smile

#40 By ~ N ~ on 2009-03-03 01:02

โอ๊ะ เพิ่งรู้ วันหน้าจะร้องไห้น้อยลง
big smile
ต้องบอกว่าทุกอย่างมีดี ในสัดส่วนที่พอเหมาะ ไม่มากไป ไม่น้อยไป ใช่ไหมคะ ^^

ร้องไห้แล้วรู้สึกดีขึ้นจริงๆ อันนี้เคยเจอกับตัวเอง แต่ร้องไห้ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอยู่ดี ต้องแก้ที่ต้นเหตุ... แล้วคนที่ร้องไห้เป็นยังไงบ้างแล้วคะ แก้ต้นเหตุได้รึยัง (ยิ้ม)

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมค่ะ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย... โชคดีที่ได้นอนก่อนไปสอบ ฮิๆ

#42 By หนอนเอ๋อ on 2009-03-03 13:12

เคยมีบ้างนะคะพี่นันท์ ครั้งหรือสองครั้งที่คิดว่า "ถ้าร้องไห้ออกมาได้ คงดีกว่านี้"

ปกติตัวเองไม่ค่อยร้องไห้ แต่เวลาร้องทีก็ร้องนานเหมือนกัน(แต่ก็ไม่เกินชั่วโมง สองชั่วโมงหรอกนะคะ) พอเลิกร้องแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองดูไม่ได้เลยค่ะ sad smile

แต่ฟูจังเห็นด้วยนะคะ ว่าหลังจากร้องไห้แล้วจะรู้สึกดีขึ้น big smile

#43 By ฟูจัง~* on 2009-03-03 13:24

ในบางเวลา ได้ร้องไห้แล้ว สบายใจขึ้น จิงๆน๊าcry



พี่นันท์มีแต่สิ่งddในทุกๆวันนะคะ cry

#44 By Am not the supersTaR~* on 2009-03-03 13:36

เสียใจก็...ร้องไห้

ดีใจก็...ร้องไห้

บางทีการร้องไห้อาจมีไว้ให้มนุษย์ได้ระบายความอัดอั้นตันใจกระมังคะ big smile

#45 By ~NuDeE~ on 2009-03-03 14:19

ว่าแต่..
มีวิธีหั่นหอมโดยไม่ต้องเสียน้ำตาบ้างไหมคะ??

#46 By |:| ShaKo |:| on 2009-03-03 14:42

ไม่แปลกครับ ที่ใครสักคนจะร้องไห้
ในเมื่อน้ำตาไม่ได้มีอยู่ในผู้หญิงหรือผู้ชาย ฝ่ายเดียว

โลกสร้างความเศร้ามาให้เราแบ่งปัน ในขณะเดียวกันก็สร้างความสุขมาให้เราเท่าๆ กันเสมอ

ร้อง เพื่อที่จะไม่ร้อง

confused smile
ฟังดูดีจัง ร้องเพื่อที่จะไม่ร้อง big smile

#48 By ~ N ~ on 2009-03-03 16:19

ไม่มีใครร้องไห้ทั้งวัน หรือหัวเราะทั้งวันเนอะครับพี่นันท์surprised smile

#49 By redtear on 2009-03-03 16:23

พอได้แล้วละ ฮื้ออออ ร้องไห้ช่วยดับร้อนได้ก็ ดีเนาะ

#50 By Hanaka on 2009-03-03 22:51