รองพระบาท ของพ่อ
posted on 31 Mar 2009 02:15 by ploypee
ล้นเกล้าเผ่าไทย
ล้นเกล้าเผ่าไทยศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ
ขออภิวาทเบื้องบาทองค์ภูมิพล
ยามใดไพร่ฟ้าชาวประชายากจน
ทรงห่วงกังวลดั่งหยาดฝนชโลมผืนหล้า
ถึงว่าป่าดงพฤกษ์ไพรพงทรงสู้ดั้นด้น
ถึงกายหมองหม่นแดดฝนไม่คิดนำพา
ร่วมสุขร่วมทุกข์ ทุกข์หรือสุขมีมา
ทรงแผ่เมตตาให้ชาวประชาชื่นใจ
มิ่งขวัญดวงใจชาวไทยทั้งผอง
ทอแสงเรืองรองผุดผ่องดั่งร่มโพธิ์ใหญ่
พระบารมีเป็นที่ลือขานนานไกล
ข้าบาทภูมิใจล้นเกล้าเผ่าไทยแห่งวงศ์จักรี
เหนือยิ่งสิ่งใดเหนือดวงใจชาวไทยรักยิ่ง
เหมือนเป็นขวัญมิ่งพักพิงยามทุกข์ภัยมี
ชาวไทยแหนหวงยิ่งกว่าดวงชีวี
แม้นใครคิดย่ำยีใต้ผ่าธุลีขอพลีชีพแทน
นับแต่เริ่มการเรียนรู้ รับรู้ ของเด็กหญิงคนหนึ่ง
ภาพมหาบุรุษผู้ใส่เสื้อแบบสูตรมีเชิ๊ตสีอ่อนอยู่ข้างใน คล้องกล้องถ่ายภาพไว้ที่คอ มือหนึ่งถือแผนที่เป็นเข็มทิศนำทาง มือหนึ่งยกขึ้นปาดหยาดเหงื่อที่ไหลรินท่ามกลางแสงแดดที่แผดร้อน ก้าวเดินนำหน้าคณะผู้ติดตามไปตามถิ่นทุรกันดารเพื่อหาทางบรรเทาทุกข์บำรุงสุข ขวัญและกำลังใจของปวงชนชาวไทย
“ พ่อ” ใครๆ ก็เรียกพระองค์เช่นนั้น
พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเพื่อรับรู้รับฟังความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระองค์เอง กับเรื่องราวความประทับใจเหล่านี้ จากเว็บ http://www.mariarosa.org/art011.html
....ในวันเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตฯ ขณะที่ประทับรถพระที่นั่งไปสู่สนามบินดอนเมือง ทรงได้ยินเสียงตะโกนดัง ๆ ว่า "ในหลวงอย่าทิ้งประชาชนนะ" ทำให้ทรงนึกตอบบุคคลผู้นั้นในพระราชหฤทัยว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้"
เป็นที่น่าประหลาดว่า ต่อมาอีกประมาณ 20 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบชายที่ร้องตะโกนทูลพระองค์ไม่ให้ทิ้งประชาชนนั้น เป็นพลทหาร และในปัจจุบันเขาออกไปทำนาอยู่ในต่างจังหวัด เขากราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่ทรงทิ้งราษฎร
เขาทูลว่าตอนที่เขาร้องไปนั้น เขารู้สึกว้าเหว่และใจหายที่เห็นพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จไปจากเมืองไทย กลัวจะไม่เสด็จกลับมาอีก เพราะคงจะทรงเข็ดเมืองไทย เห็นเป็นเมืองที่น่ากลัวน่าสยดสยอง เขาดีใจมากที่ได้เฝ้าอีกฯ อีก กราบบังคมทูลถามว่า "ท่านคงจำผมไม่ได้ ผมเป็นคนร้องไม่ให้ท่านทิ้งประชาชน"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า "เราน่ะรึที่ร้อง?" "ใช่ครับ ตอนนั้นเห็นหน้าท่านเศร้ามาก กลัวจะไม่กลับมา จึงร้องไปเหมือนคนบ้า" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตอบ "นั่นแหละทำให้เรานึกถึงหน้าที่ จึงต้องกลับมา"
(ที่มา: สมุดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ จัดทำขึ้นถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานเป็นที่ระลึกแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2511)
หลายปีมาแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เป็นช่วงเวลาที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้นำเครื่องโทรพิมพ์มาติดตั้งที่ห้องทรงงานใหม่ ๆ เพื่อน้อมเกล้าถวาย ข้าราชสำนักท่านหนึ่งกรุณาเล่าให้ฟังว่า
แม้จะดึกดื่นเที่ยงคืนแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่เสด็จขึ้นห้องพระบรรทม แต่ทรงคอยติดตามข่าวเรื่องอุทกภัยที่หาดใหญ่อยู่อย่างใกล้ชิด ด้วยทรงห่วงใยราษฎร จึงทรงส่งคำถามผ่านเครื่องโทรพิมพ์ด้วยพระองค์เอง ถามไปทางหาดใหญ่ว่า "น้ำลดแล้วหรือยัง"
โดยที่ไม่ทราบว่าผู้ส่งคำถามมานั้นคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำตอบที่มีผ่านมาทางเครื่องโทรพิมพ์ เมื่อเวลาประมาณตีสองตีสาม มีข้อความที่ตอบด้วยความไม่พอใจว่า "ถามอะไรอยู่ได้ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว คนเขาจะหลับจะนอน" แต่ตอนท้ายของคำตอบนั้นก็ไม่ลืมที่จะบอกด้วยว่า "น้ำลดแล้ว"
(ที่มา: บทความเรื่อง "ในหลวงกับประชาชน" โดย ถาวร ชนะภัย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 ธันวาคม 2530)
ตลอดเวลาหลายสิบปีที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไป รองพระบาทคู่แล้วคู่เล่าที่ต้องเก่าและสึกไปจากการทรงงานของพระองค์
ทางที่ทรงเสด็จมิได้ราบเรียบเสมอกัน บางช่วงมีก้อนกรวดก้อนทรายมากมายทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่ ก้อนกรวดใช่ว่าจะไร้ค่า หากก้อนกรวดเหล่านั้นจะเรียงรายกลบเกลี่ยให้เส้นทางที่ใช้เสด็จเรียบเสมอเพื่อที่ “พ่อ” จะทรงดำเนินได้โดยสะดวก ก็จักเป็นก้อนกรวดที่ทรงคุณค่ายิ่งนัก
แต่เมื่อใดที่มีเม็ดกรวดทรายไม่อยู่ในที่ที่ควรอยู่ได้พลัดหลงไปอยู่ในรองพระบาทแม้เพียงสักเม็ดเดียว “พ่อ” คงจะดำเนินด้วยความลำบากไม่สะดวกสบาย เป็นที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทเสียเป็นแน่
ขอให้รองพระบาทของพ่อปราศจากเม็ดกรวดทรายอันจะนำความระคายเคืองมาสู่พระองค์ แม้จะเป็นเพียงเบื้องยุคลบาทก็ตาม
ของพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

)
ได้ยินเพลงนี้แแล้วซึ้งทุกที
#1 By เม็ดบ๊วย on 2009-03-31 02:36