9 เม.ย. 2552 บนถนนสายประชาธิปไตย
posted on 10 Apr 2009 22:21 by ploypee
ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์-นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
...................................................................................................................................................
วิสา คัญทัพ. เราจะฝ่าข้ามไป. พิมพ์ครั้งที่ ๒ . สำนักพิมพ์พิราบ, ๒๕๑๗, หน้า ๑๙-๒๐
ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว
8 เม.ย. 2552 เวลา 8 นาฬิกากว่าๆ
ฉัน แม่ และพี่สาว ไปถึงบริเวณทางเข้าไปสู่หน้าเวทีปราศัยที่จัดอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล เห็นคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งหลายร้อยคนกำลังตั้งขบวนจะเคลื่อนย้ายไปหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ แม่ถามฉันว่าจะไปกับเขาไหม? ฉันกลัวแม่เดินไม่ไหวจึงพาไปนั่งฟังปราศัยที่หน้าเวทีแทน ช่วงนั้นยังมีพอมีพื้นที่ว่างในเต้นท์อยู่บ้าง น้าผู้หญิงสองสามคนขยับแบ่งพื้นที่ให้ด้วยรอยยิ้ม
การปราศัยบนเวทีวันนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก ทั้งแกนนำที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีและผู้เข้าร่วมชุมนุมดูจะตื่นเต้นทุกครั้งที่มีการประกาศว่า “ขณะนี้ ขบวนพี่น้องเสื้อแดงจากจังหวัด... มาถึงแล้วจำนวน... คัน” และ “ขณะนี้ พี่น้องเสื้อแดง จังหวัด... ที่มาไม่ได้ ได้ไปรวมกันที่หน้าศาลากลางแล้วจำนวน... คน” โดยจะประกาศจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมสลับกับการปราศัยของแกนนำ
จนเมื่อเวลา 10 นาฬิกากว่า แกนนำประกาศว่ายอดผู้เข้าร่วมชุมนุมเกินแสนคนแล้วเสียงไชโย หัวใจตบ ตีนตบ ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง รายการบนเวทีดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณเที่ยงแกนนำบนเวทีประกาศยอดผู้ร่วมชุมนุมเกินสองแสนคนแล้วเสียงเฮโลยิ่งดังกว่าเดิม แกนนำประกาศขอรับบริจาคน้ำ อาหารเป็นระยะ เนื่องจากผู้ชุมนุมมาชุมนุมกันมากเกิน โรงครัวที่มีอยู่ทำอาหารไม่ทันกับปริมาณคนที่มา หลายคนเริ่มหิวรวมถึงตัวฉันด้วย ฉันจึงเดินออกไปหาซื้ออาหารมาทานเอง การแทรกตัวเดินไปท่านกลางคนที่นั่งหัวเข่าเกยกันอยู่เต็มพื้นที่ลำบากมิใช่น้อย
รายการต่างๆ ดำเนินไปเรื่อยๆ จนแกนนำขึ้นมาประกาศว่าบัดนี้เราพร้อมแล้ว พี่น้องที่ร่วมชุมนุมกับเราทั้งหมดกว่าห้าแสนคนแล้ว (การชุมนุมวันนี้กระจายไปสามที่คือ บริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล บริเวณพระบรมรูปทรงม้า บริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ และที่ชุมนุมกัน ณ ศาลากลางตามต่างจังหวัด) แล้วเวลา 16.00 น. แกนนำก็จัดแถลงการณ์ฉบับที่ 1 โดย นายวีระ มุสิกพงศ์ มีเนื้อหาว่า
“กลุ่มเสื้อแดงขอเรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ต้องพิจารณาตัวเอง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี เพื่อความบริสุทธิ์ผ่องแผ้วของสถาบันองคมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งสองข้อต้องเกิดขึ้นในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และในการบริหารราชการแผ่นดินต้องดำเนินไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การปรับปรุงใด ๆ ให้ดีขึ้น ตามหลักสากล ต้องมีการปรึกษาหารือกัน ระหว่างนักประชาธิปไตย ผู้มีประวัติและพฤติกรรม เชิดชูระบอบประชาธิปไตยเป็นที่ประจักษ์”
จบการปราศัยด้วยเสียงไชโยเกรียวกราวเช่นเคย แกนนำบอกว่าหลังจากการประกาศแถลงการณ์ เราจะให้เวลารัฐบาลและองคมนตรี 24 ชั่วโมง ขอให้พี่น้องเสื้อแดงรอคอยอย่างอดทน ฉันอยู่ฟังปราศัยจนเวลาเกือบ 18 นาฬิกา รู้สึกเพลียเพราะคืนก่อนฉันเคลียร์งานเมลส่งบริษัทเสร็จเกือบ 3 นาฬิกาของวันที่ 8 เม.ย. เพราะลางานมาชุมนุม จึงชวนกันกลับบ้าน อย่างไรก็ดีการชุมนุมในวันที่ 8 เม.ย. เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันสนับสนุนเพราะเป็นวิถีทางการแสดงออกอย่างที่ควรจะเป็น
กลับมาถึงบ้านก็ดูการถ่ายทอดการชุมนุมผ่านสถานี D-Sation ต่อถึงเที่ยงคืนก็เข้านอน
9 เม.ย. 2552
วันนี้ฉันอยู่บ้าน ลางานไว้สองวันเพราะอยากรอดูท่าทีของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ว่าจะมีปฏิกริยาอย่างไรต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันเรียกขอให้คุณอภิสิทธิ์ลาออก รวมกับข้อเรียกร้องเดิมคือการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่
แกนนำเสื้อแดงประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ไม่ยอมรับสถานะรัฐบาล
“เมื่อเวลา 17.10 น. วันนี้ (9 เม.ย.) นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุว่า ตามที่มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดงได้มาชุมนุมบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนินนอก ถนนศรีอยุธยา และได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา เรียกร้อง 3 ประการ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการตอบสนอง บัดนี้มหาประชาชนคนเสื้อแดงจะยืนยันเจตจำนงอีกครั้ง ด้วยการประกาศมาตรการต่อไปนี้
1. ประชาชนจะไม่ยอมรับสถานะรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี อีกต่อไปไม่ว่าด้านนิตินัยหรือพฤตินัย
2. การกระทำใด ๆ ของมวลชนคนเสื้อแดงต่อไปนี้ ถือเป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองในการใช้สิทธิอันชอบธรรมที่จะต่อต้านรัฐบาลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เฉกเช่นเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิ์ต่อการปกป้องทรัพย์ทุกประการ และ
3. ข้อเรียกร้องตามแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ยังดำรงอยู่”
วันที่ 9 เม.ย. นี้ เริ่มมีการกดดันรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ ด้วยการปิดกั้นการจราจรตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ
“ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(9 เม.ย.) กลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้ดาวกระจายปิดการจราจรเพิ่มเติม ประกอบด้วย บริเวณสามแยกพระโขนง ถนนสุขุมวิท, แยกพญาไท, ใต้ทางด่วนดินแดน, แยกโรงกรองน้ำ พหลโยธิน 2, แยกศรีอยุธยา, หน้าสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ถนนวิภาวดีคู่ขนาน รวมถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งแต่แยกคอกวัว ถนนพระราม 4 และ ถนนสุขุมวิท”
คืนวันที่ 9 เม.ย. คุณอภิสิทธิ์ชี้แจงผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที(ช่อง 11) เนื้อหาโดยรวมคือประกาศปฏิเสธข้อเรียกร้องของแกนนำเสื้อแดงทั้งหมด และพร้อมจะโต้ตอบกลับกลุ่มเสื้อแดงด้วยการบังคับใช้กฏหมาย อีกทั้งประกาศให้วันที่ 10 เมษายน 2552 เป็นวันหยุดราชการ (รายละเอียดตามลิงค์ที่แนบมา)
จากถ้อยคำของคุณอภิสิทธิ์ ก็ชวนให้คิดได้ว่าถ้าเลือกใช้ความรุนแรงอาจใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ชุมนุมได้ หลังฟังคุณอภิสิทธิ์ชี้แจงสักครู่ฉันก็ไปฟังเวทีปราศัยของแกนนำเสื้อแดงต่อ พร้อมกับคุยกันในครอบครัว ที่จริงฉันตั้งใจว่าถ้าการชุมนุมอย่างสงบสันติวิธียังมีอยู่และกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่อาจประสพผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ช่วงวันหยุดสงกรานต์จะไปร่วมชุมนุมต่อ ช่วงนั้นคุณนัฐวุฒิ ขึ้นมาปราศัยว่าแกนนำประชุมกันเลือกใช้วิธีปิดการจราจรด้วยความจำใจและเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ากันแต่ว่าจำเป็น
การที่แกนนำเลือกใช้ความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเงื่อนไขเพื่อกดดันคุณอภิสิทธิ์ให้ลาออกจากตำแหน่ง ตรงนี้ฉันไม่สนับสนุนและไม่เห็นด้วย แม้จะอ้างว่าเสียหายน้อยกว่าครั้งพันธมิตรทำก็ตาม การเคารพสิทธิซึ่งกันและกันยังเป็นสิ่งสำคัญในความคิดของฉัน เรื่องการไปร่วมชุมนุมจึงยุติลงชั่วคราวรอดูสถานการณ์ต่อไป
วันหยุดสงกรานต์ยาวหลายวันนี้ฉันจึงต้องนอนดูทีวีอยู่บ้านด้วยไม่ได้เตรียมการจะไปไหน
ปล ยังคงไม่ยอมรับการขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์
สิบสี่ตุลา
ครบรอบปี-สิบสี่ตุลา
ประชาชนถ้วนหน้า-ก็ร่ำไห้
ดวงวิญญาณวีรชนอยู่หนใด
วันนี้ร้อยมาลัย-มาบูชา
มโหรีจะโหมโรงเป็นระลอก
มหกรรมในนอก-จะแน่นหนา
และผู้คนทุกชนชาติจะยาตรา
โปรยมาลา-จุดธูปคลุ้ง-ทุ่งพระเมรุ
ครบรอบปี-สิบสี่ตุลา
ราชดำเนินเลือดทาปรากฏเด่น
วีรกรรมอาชีวะที่กะเกณฑ์
ก็หนุนเนื่องเนืองเห็นเป็นประจำ
รอยเลือดแลกเลือดเดือดพล่าน
อาจหาญโหมรุก-บุกกระหน่ำ
สามัคคีมิตรสหาย-ออกร่ายรำ
มุ่งนำประชาธิปไตยหมายทุน
ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ
ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน
ประชาชนสมบูรณ์-นิรันดร์ไป
เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่
ประชาชนย่อมมีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ประชาชนย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
วิสา คัญทัพ. เราจะฝ่าข้ามไป. พิมพ์ครั้งที่ ๒ . สำนักพิมพ์พิราบ, ๒๕๑๗, หน้า ๑๙-๒๐

หุหุ อาซ๊อรัตร์คนสวยประกาศตัวเชียร์สีเหลืองสุดๆ และก้เพิ่งรู้ว่าคุณนันท์อยุ่สีแดงหรือนี่ เพิ่งเฉลย (หรือเฉลยมานานแล้ว)
ความจริงก็มีเพื่อนในชีวิตจริงตัวเป็นๆหลายคนที่ประกาศตัวชัดเจนว่าเชียร์สีอะไร.... ใจจริงผมชอบคนที่เลือกข้างนะ เพราะ no vote ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรในทางปฏิบัติ (ไอ้ช่องไม่ลงคะแนน ใช้สิทธิ์แต่ไม่ใช้เสียงน่ะ ไม่รู้จะมีไปทำไม..ยกเว้นว่าถ้าเลือกช่องนี้มากกว่าคะแนนผู้สมัครที่ได้ จะตัดสิทธิ์ผู้ที่ได้อะไรเทือกนั้นค่อย ok
ถ้าจำเป็นต้องเลือกข้าง แบบไม่มีทางเลือกที่ 3 เลย... ผมจะเชียร์สีแดงเช่นกัน เพราะผมชอบทุนนิยม มากกว่า... และจากที่ได้ข่าววงใน (ในจริงหรือเปล่าก็บ่อฮู่) รวมถึงไปสัมผัสด้วยสายตาตัวเองถึงสถานการณ์ความเป็นไป... ผมตอบแบบมั่นใจเลยว่า ลึกๆคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ชอบสีแดงครับ จะเลือกตั้งกีทีก้ชนะ
และในอนาคตอันไกล (หรืออาจใกล้)ก็คงจะชนะระบอบอำมาตยาธิปไตย (Bureaucratic Polity) ได้... ไม่ใช่เพื่อระบอบประชาธิปไตย หรือทักษิณาธิปไตยอะไรหรอก ชนะได้เพราะระบอบทุนนิยมนั่นล่ะ
แต่ถ้าถามส่วนตัวผมเองนะวันนี้ ตอนนี้ ผมก็ยังคงไม่เลือกทั้งสองสีครับ (ครายจะทำมาย) เพราะผมไม่มีความมั่นใจเลยว่า Thailand need change แล้วเปลี่ยนแปลงสำเร็จ ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศทุนนิยมเสรีที่น่าอยู่ (มั้ง..เพราะไม่เคยไปอยู่) แบบสหรัฐอเมริกา...
แต่มันอาจจะกลายเป็นระบอบใหม่ที่แย่กว่าระบอบเก่าก้ได้ ผมคิดว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสี่ยงเพื่อให้ได้มาซึ่งความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างรวดเร็ว
ก็...นะ
เรื่องมันยาว ขีเกียจพิมพ์ละ
เอาใจช่วยละกัน ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง
ใครเชียร์อะไรก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป
รักษาจุดร่วมสงวนจุดต่างครับ
ประเทศไทยไอเลิฟยู...เช่นกัน
สู้กันต่อปายยยย
#1 By Here Be.๛๛๛๛ on 2009-04-11 03:50